Tags Posts tagged with "Men’s Health"

Men’s Health

 

อันที่จริงความจำของเรามีหน้าที่มากกว่าแค่เตือนให้เราจำได้ว่าแฟนเกิดวันไหน ความจำทำหน้าที่เตือนให้เราหลบหลีกเขี้ยวยาวๆ ของสุนัขร็อตไวเลอร์ นอกจากนี้ยังบอกเราด้วยว่าการชู้ตลูกโทษเวลาเล่นบาสต้องทำอย่างไร แถมยังเตือนให้เราสั่งไอศกรีมช็อกโกแลตแทนที่จะสั่งรสวานิลลาด้วย แต่ในบางครั้งความจำอาจจะหลอกเราให้จำอะไรผิดๆ ถูกๆ ก็ได้ แต่เราจะให้ความจำหลอกเราไปทำไม ในเมื่อเรามีวิธีจดจำดีๆ อย่างที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้…

1. ชื่อคน

เทคนิคการจำชื่อเพื่อนให้ได้ควรเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกันนั่น คือ ตั้งใจฟังให้ดีขณะที่เพื่อนใหม่แนะนำตัวให้คุณรู้จัก ดร.สไควร์บอกว่า “การให้ความสนใจอย่างจริงจังขณะที่คุณกำลังเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด สิ่งที่สำคัญรองลงมาคือความขยันหมั่นท่องชื่อเพื่อนใหม่ให้ขึ้นใจ และสุดท้ายคือการเชื่อมโยงชื่อเพื่อนกับอะไรสักอย่าง” ดังนั้นคุณควรจะทวนชื่อเพื่อนใหม่โดยพูดว่า “ยินดีที่ได้รู้จักนะแฟรงค์” จากนั้นให้สร้างภาพขึ้นมาในใจเพื่อเชื่อมโยงชื่อเพื่อนกับสิ่งของอะไรสักอย่าง เช่น แฟรงค์กำลังกินไส้กรอกแฟรงค์เฟอร์เตอร์ เป็นต้น

เทคนิคช่วยจำ (3)

2. รหัสลับ

ถ้าคุณมีรหัสลับให้ท่องจำมากมายเกินเหตุ ลองเปลี่ยนมาจำเป็นคำตามตัวอักษรที่อยู่บนแป้นพิมพ์เครื่อง ATM (เช่น จำคำว่า “CASH” ซึ่งกดบนแป้นตัวเลข “2274”) สำหรับ Username และ Password ที่คุณใช้ Login เข้าเว็บไซต์ต่างๆ ให้บันทึกเก็บไว้เป็นรูปภาพที่ช่วยเตือนความจำให้คุณนึกออก เช่น รูปภาพเพื่อนๆ หมายถึง Facebook คุณอาจจะใช้ “Buds4Life” เป็น Password รหัสลับที่คิดขึ้นมาจากรูปภาพเป็นอะไรที่คนอื่นเดายาก แต่คุณจะจำได้แม่นยำมาก

เทคนิคช่วยจำ (1)

3. เนื้อหาในวิชาต่างๆ

การท่องหนังสือรวดเดียวแค่หนึ่งคืนก่อนสอบตอนสมัยเรียนเป็นเรื่องที่ฉลาดน้อยพอๆ กับการแข่งกระดกเหล้ากับเพื่อนเพื่อดูว่าใครจะคอแข็งกว่ากัน ดร.ฟรานซิส คริเนลลา หนึ่งในผู้แต่งหนังสือ Brainfit บอกว่า “การท่องหนังสือติดต่อกันห้าชั่วโมงจะช่วยให้คุณจำเนื้อหาในบทเรียนได้น้อยกว่าการอ่านหนังสือวันละชั่วโมง ห้าวันต่อสัปดาห์” ถ้าคุณเพิ่งเรียนอะไรมาเมื่อตอนเช้าและอยากจำให้ขึ้นใจ ให้อ่านทบทวนสิ่งที่เรียนมาก่อนเข้านอน เนื่องจากการทบทวนก่อนนอนจะช่วยให้จำแม่นขึ้น

เทคนิคช่วยจำ (2)

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

 

สำหรับเมืองไทยบ้านเรา ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ดูจะเป็นฤดูร้อนไปเสียหมด ขึ้นอยู่ว่าจะร้อนมากร้อนน้อยก็เท่านั้น เอาเป็นว่าไม่ว่าช่วงไหนก็ตามที่อากาศร้อน เกือบทุกคนมักมีปัญหาเหงื่อออกและกลิ่นตัวตามมา ซึ่งบางคนอาจจะมีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือภาวะเหงื่อท่วม ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น ลองดูวิธีจัดการปัญหานี้ พร้อมจับจุดสังเกตของอาการเหงื่อไหลย้อยที่อาจบอกอะไรมากกว่าที่หลายคนคิด…

ภาวะเหงื่อท่วม (Hyperhidrosis)

คือ ภาวะที่ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อมากผิดปกติจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเช่นทำให้เกิดกลิ่นตัวตามมา

ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติจัดเป็นภาวะที่ระบบประสาทซึ่งควบคุมการหลั่งของเหงื่อทำงานมากกว่าปกติ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือรักแร้ ฝ่ามือและฝ่าเท้า สำหรับคนที่ประสบปัญหานี้จะมีซอกรักแร้เปียกชื้นตลอดเวลา และอาจทำให้มีกลิ่นตัวตามมา เนื่องจากเหงื่อและเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ใต้วงแขนทำให้เกิดการหมักหมมของหนังกำพร้าและเหงื่อ จนเกิดเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น

เหงื่อ-บ่งบอกสุขภาพ (1)

ทั้งนี้หากเราสังเกตดูลักษณะของเหงื่อที่ออกตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา จะพบว่าในหลายๆ ครั้งเหงื่อก็บ่งบอกอะไรได้มากกว่าอากาศที่ร่างกายต้องทนต่อสภาพอากาศร้อนเหมือนกัน ซึ่งเราสามารถนำอาการเหงื่อออกผิดปกติ มาเปรียบเทียบกับผู้ป่วยได้ ดังนี้ …

– ถ้าเรามีความเครียดสูง
เหงื่อจะออกมากบริเวณฝ่ามือ รักแร้ และหน้าผาก

– ถ้าป่วยเป็นโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษหรือคอพอก
เหงื่อจะซึมออกมาทั่วตัว โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือทั้งสองข้าง ร่วมกับมีอาการมือสั่น น้ำหนักลด เหนื่อยง่ายและใจสั่น

– สำหรับคนที่อาจเป็นโรคเบาหวาน 
มักมีการมีเหงื่อซึมทั่วตัว โดยเฉพาะฝ่ามือและฝ่าเท้า ใจสั่น เหนื่อยหอบ

– คนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ
เหงื่อมักแตกร่วมกับใจสั่น เหนื่อยหอบง่าย มักมีเหงื่อออกตามนิ้วมือนิ้วเท้าทุกครั้งที่ออกกำลังกาย

– คนที่อาจเป็นโรคผิวหนัง
มีข้อสังเกตที่เห็นเด่นชัดคือ เหงื่อจะออกน้อยผิดปกติ เพราะว่าต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังถูกกดไว้จนไม่สามารถขับเหงื่อได้ตามปกติ และเกิดอาการอุดตันในขุมขน

วิธีแก้

สำหรับในชีวิตประจำวันของพวกผู้ชาย บางคนจะแก้ปัญหาเหงื่อออกมากที่บริเวณรักแร้ด้วยการใช้โรลออนเป็นประจำ จริงๆ แล้วแนะนำว่าไม่ควรใช้โรลออนมากๆ และอย่าใช้ถี่จนเกินไปเพราะโรลออนบางประเภทมีสารอะลูมิเนียมคลอไฮเดรตซึ่งมีความเข้มข้นถึง 30-50% เป็นส่วนประกอบ โดยสารตัวนี้จะไปอุดรูขุมขนไม่ให้เหงื่อระบายออกมาตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันเมื่อคุณใช้ไปเรื่อยๆ จะเกิดเป็นรอยด่างดำบริเวณใต้วงแขนอันเนื่องมาจากการสะสมของสารดังกล่าวนั่นเอง

เหงื่อ-บ่งบอกสุขภาพ (5)

การรู้จักเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมนับเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายลดการขับเหงื่อได้ แนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุซิลิคอนสูงโดยธรรมชาติ ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี ผักกาดคอส แตงกวา แอปเปิ้ล ผักโขม นอกจากนี้ควรดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำเพื่อช่วยให้สุขภาพดีและช่วยลดการเสียเหงื่อในร่างกายของเราอีกด้วย เพราะทุกวันนี้เรามักจะสูญเสียเหงื่อไปจากการออกกำลังกายหรือทำกิจรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จึงต้องดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป ผลพลอยได้ของการดื่มน้ำบ่อยๆ ยังช่วยให้อุณหภูมิในในร่างกายเราเป็นปกติอีกด้วย

man drinking water and sweating

 

เรื่อง พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ
ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 1707

 

แม้ขนจมูกจะเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่บนใบหน้า แต่เชื่อเหลือเกินว่าคงไม่มีใครอยากให้คุณขนจมูกออกมาทักทายคนตรงหน้าสักเท่าไหร่ จนเป็นสาเหตุให้ใครหลายคนเลือกวิธีกำจัดจมูกวิธีต่างๆ ผิดบ้าง ถูกบ้าง แล้วแต่ถนัด โดยที่ไม่รู้เลยว่า วิธีไหนที่ควรจะทำจริงๆ กันแน่ ดังนั้นวันนี้ นพ.โรเบิร์ต เดล จังโก ผู้อำนวยการศูนย์รักษาโรคไซนัสและโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเซนต์โจเซฟในแคลิฟอร์เนีย จะมาแนะนำวิธีกำจัดขนจมูกอย่างถูกหลักอนามัยแก่ทุกคนกัน…

1. อย่าใช้แหนบ(ถอดหมด)

วิธีตัดขนจมูก - 8

ห้ามถอนขนจมูกจนเกลี้ยงโดยเด็ดขาด!! เพราะขนจมูกมีหน้าที่ป้องกันฝุ่นและแบคทีเรีย (ตัวการที่ทำให้เจ็บป่วย) ไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเรา นี่เป็นเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมเราจึงไม่ควรตัดขนจมูกจนสั้นเกินไป นอกจากนี้การแหย่กรรไกรหรือเครื่องเล็มขนจมูกไฟฟ้าเข้าไปลึกๆ ทำให้มีโอกาสพลาดพลั้งจนเกิดบาดแผลในจมูก ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

2. เช็ดเครื่องมือให้สะอาด

วิธีตัดขนจมูก - 10

สำหรับคนที่ใช้กรรไกรเล็มขนจมูก ควรเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดกรรไกรให้ทั่วก่อนใช้เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเข้าไปเริงร่าในรูจมูก ส่วนคนที่ใช้เครื่องเล็มขนจมูกไฟฟ้า ให้ทำความสะอาดตามขั้นตอนที่แนะนำไว้ในคู่มือการใช้งาน

3. อย่าตัดเพลิน

วิธีตัดขนจมูก - 7

ไม่ว่าคุณจะใช้กรรไกรหรือเครื่องเล็มขนจมูกไฟฟ้า ก็อย่าตัดขนจมูกเข้าไปลึกกว่าขอบของรูจมูก นอกจากนี้เวลาตัดก็ต้องระวังมากๆ ไม่ให้ปลายกรรไกรหรือใบมีดไปตัดโดนเยื่อบุในรูจมูก โอกาสพลาดจะน้อยกว่าถ้าคุณเล็มขนจมูกโดยให้ปลายกรรไกรหรือปลายเครื่องเล็มขนจมูกชี้ลงด้านล่าง

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 1561

 

การบิลด์อารมณ์โกรธก่อนบริหารท่าอกช่วยให้คุณมีแรงมากขึ้นอีก 8% และนี่เป็นข้อมูลจาก The Journal of Strength and Conditioning Research ที่บอกว่ายิ่งคุณยกได้หนักขึ้น กล้ามอกก็จะยิ่งโตมากขึ้น ดังนั้นจงพกรูปคู่อริหรือคนที่คุณไม่ชอบหน้าติดไว้ในมือถือเสีย แล้วใช้ความหัวร้อนที่เกิดขึ้น บิลด์ความแกร่งให้อกคุณ !

1. หักบาร์ให้กระจุย

ใช้หัวร้อนให้เป็นประโยชน์ - 2

ถึงเวลาต้องใช้ความรุนแรงบ้างแล้ว “กระตุ้นเส้นใยกล้ามเนื้ออกให้มากขึ้นด้วยการบีบบาร์เบลเหมือนจะหักมันเป็นสองท่อนเลยครับ” มอร์ริสแนะนำ การเกร็งกล้ามเนื้ออยู่กับที่จะกระตุ้นกล้ามอกได้ก่อนคุณจะลงมือฝึกเสียอีก 

2. ตบมือให้ความแกร่ง

ใช้หัวร้อนให้เป็นประโยชน์ - 1

อยากแข็งแรงขึ้นใน 10 วินาทีไหมล่ะ ไม่ยากเลย แค่ทำท่าวิดพื้นแล้วตบมือไปด้วย 30 วินาทีก่อนฝึกกล้ามอก วิธีนี้จะช่วยให้คุณยกเวตได้มากขึ้น ข้อมูลนี้มาจาก The International Journal of Sports Physiology and Performance ทำเสร็จก็ตบมือให้ตัวเองดังๆ ได้เลย 

3. ไม่ต้องเปลืองเวลา

ใช้หัวร้อนให้เป็นประโยชน์ - 3

อย่าเสียเวลาในยิมไปเปล่าๆ แม้เราจะได้ยินบ่อยๆ ว่าให้ยืดกล้ามเนื้ออกก่อนฝึกจริง แต่ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเวย์นสเตทบอกว่า ทำแบบนั้นไม่ได้ให้ประโยชน์เรื่องความแข็งแรงเลยสักนิด ไหนๆ ก็บิลด์เหวี่ยงแล้ว ถือโอกาสไม่ต้องสนอะไรเลยแล้วกัน ลุยเลย !!

4. ดึงก่อนยก

ใช้หัวร้อนให้เป็นประโยชน์ - 4

“ถ้าจะให้กล้ามอกคุณยืดหยุ่นมากขึ้น ให้วอร์มอัพด้วยการดึงตัวเข้าหาบาร์ฝึก Bench Press” มอร์ริสแนะนำให้ทำ 5 ครั้งก่อนฝึก Bench Press 

5. เหวี่ยงเสริมแรง

ใช้หัวร้อนให้เป็นประโยชน์ - 5

ลองเพิ่มความแข็งแรงด่วนด้วยการใช้เครื่องสมิธเหวี่ยงเวตที่หนักครึ่งหนึ่งของ 1-Rep Max ของคุณขึ้นด้านบน ผลการศึกษาหลายฉบับแสดงว่าวิธีนี้จะทำให้คุณมีแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

6. ทิปพิเศษ

เทคนิคนี้ควรค่าแก่การจดจำและทำตามอย่างยิ่ง การฝึกกล้ามอกสัปดาห์ละครั้งสร้างกล้ามได้เท่ากับการฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ขอแค่คุณฝึกด้วยจำนวนครั้งและเซ็ตเท่ากันในหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น นี่เป็นข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมิสซูรี เอาเวลาว่างที่เหลือไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อยืดสวยๆ เตรียมอวดกล้ามอกใหม่ดีกว่า

ทางด่วนสู่ซิกแพ็ค (0)

เรื่อง Ray Klerck / Men’s Health UK
แปลและเรียบเรียง Achilles

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 698

 

เสียงที่ว่านี้… เรากำลังหมายถึงเสียงของการพูดคุย เพื่อเปิดเผยความต้องการที่มีอยู่ในใจแต่ละคน มันเป็นไปแทบจะไม่ได้เลย หากใครบางคนจะสามารถรับรู้ความในใจที่ไม่ได้ปริปากออกไปทั้งหมด สำหรับเรื่องบนเตียงกับคู่ของคุณก็เช่นกัน งานวิจัยหนึ่ง ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Sexual and Relationship Therapy ยังยืนยันคงความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า “ถ้าอยากได้อะไรก็แค่พูดออกมา” และวิธีนี้ก็ยังคงใช้ได้ผลอยู่เสมอด้วยสิ…

ส่งเสียงหน่อยเวลาอยู่บนเตียง - 2

ดร.ชอว์นา แฮร์ริส ผู้ทำวิจัย ยกตัวอย่างว่า ในกรณีที่ผู้ชายชวนคู่รักอย่างตรงไปตรงมาให้ทดลองเซ็กซ์ท่าใหม่ๆ การชักชวนจะมีโอกาสสำเร็จสูงถึง 85% ดร.แฮร์ริสบอกว่า “ถ้าคุณไม่กล้าบอกคู่รักตรงๆ ว่าอยากได้อะไร คุณก็จะไม่ได้สิ่งที่ต้องการ” ทั้งนี้คนส่วนใหญ่จะไม่กล้าเอ่ยปาก จากผู้เข้าร่วมการวิจัยทั้งหมดมีแค่ 38% ที่ใช้วิธีพูดตรงๆ ในขณะที่ 52% จะพูดแบบอ้อมค้อมโดยใช้วิธีบอกเป็นนัยๆ มากกว่า ดร.แฮร์ริสพบว่าผู้ชายมักไม่แน่ใจว่าคู่รักของตนจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร เขาแนะนำให้เกริ่นโดยการใช้คำพูดหว่านล้อมเนียนๆ เช่น “ผมคิดว่ามันน่าสนุก และช่วยให้เรามีความสุขด้วยกัน ถ้าเราจะเปลี่ยนมาทดลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง”

คงไม่ต้องรอให้เป็นแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น สำหรับเนรื่องอื่นๆ ก็เช่นกัน คงจะดีกว่ามากหากคุณและคนรัก “เปิดใจ” และใช้วิธีพูดคุยมากกว่า “วัดใจ” ว่าเขาหรือเธอจะรู้ใจคุณทุกเรื่องหรือไม่ พูดคุยให้เรียนรู้กันมากขึ้น ความสัมพันธ์ก็ย่อมกระชับขึ้นเท่านั้น

 

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 609

 

สำหรับคนที่กำลังควบคุมอาหาร ไม่แค่การต้องจำกัดทั้งปริมาณและปริมาณพลังงานอาหารที่ได้รับ แต่การต้องต่อสู้ต่อความอยากและรสชาติที่โหยหาก็เป็นสิ่งทรมานใจของใครหลายคนเหมือนกัน ทั้งนี้ไม่ว่าแต่ละคนจะแผนการกินของตัวเองเคร่งคัดอย่างไร การให้รางวัลกับตัวเองหรือการรู้จักผ่อนคลายบ้างก็เป็นสิ่งสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากลดน้ำหนักตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ คุณควรจะตามใจปากสักสัปดาห์ละ 4 มื้อ ไม่ใช่แค่ 1 มื้อ เพราะผลวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร IDEA Fitness ชี้ว่าคุณจะควบคุมอาหารได้ตลอดรอดฝั่ง ถ้ายอมตามใจปากสัก 20% ซึ่งแปลว่าคุณจะตามใจปากวันละเล็กๆ น้อยๆ หรือสัปดาห์ละ 4 มื้อก็ได้ คือจะดื่มในคืนวันศุกร์ กินมื้อเช้าชุดใหญ่ในวันเสาร์ สั่งอาหารมากินเป็นมื้อเย็น และกินเนื้ออบในวันอาทิตย์ก็ได้ แต่ในวันอื่นๆ ของสัปดาห์คุณก็ต้องควบคุมอาหารตามแผนที่เลือกให้ได้ด้วย

ตามใจปากสัปดาห์ละ 4 มื้อ - 1

อย่าลืมกินแต่พอดีและเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดี และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายนะครับ

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 800

 

ลู่วิ่งในยิมหรือฟิตเนสอย่าง “เทรนด์มิลล์” ถือเป็นเครื่องออกกำลังกายหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก แต่ปัญหาหนึ่งที่พบกันบ่อยก็คือ เมื่อเผลอลงน้ำหนักวิ่งมากไปก็มักจะเกิดเสียงดัง จนอาจทำให้รู้สึกรำคาญกัน ดังนั้นสำหรับใครที่เจอปัญหานี้ เราขอแนะนำให้คุณแก้ไขโดยการ “ก้าวให้สั้นลง

อดัม เซนต์ปิแอร์ นักสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นเพราะคุณก้าวยาวเกินไปและก้าวน้อยครั้งเกินไป จึงทำให้ส้นเท้ากระแทกลงพื้นอย่างแรง ส่งผลให้คุณมีความเสี่ยงที่จะเจอกับปัญหากระดูกหัก ปวดหัวเข่า และกล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบ วิธีแก้ปัญหานี้ง่ายมาก แค่ปรับฝีเท้าให้ก้าวเร็วขึ้นและสั้นลง แอพฯ จับเวลาการวิ่งอย่าง Run Tempo หรือ RunningCadence (โหลดฟรี สำหรับแอนดรอย์) จะช่วยคุณจับเวลาในการวิ่งแต่ละก้าวได้ ลองตั้งเป้าว่าคุณจะวิ่งให้ได้อย่างน้อย 160 ก้าวต่อนาที จากนั้นก็เพิ่มจังหวะขึ้น 5% โดยไม่เพิ่มความเร็ว และปรับอัตราการก้าวให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ หลังจากวิ่งไปสักสองนาที ให้ลองกลับไปวิ่งที่จังหวะเดิม และสังเกตดูว่าคุณรู้สึกต่างกันอย่างไร เซนต์ปิแอร์อธิบายว่า “การวิ่งโดยมีจังหวะเร็วขึ้น จะรู้สึกลื่นไหล นุ่มนวลกว่า และเบาสบายกว่า”

เบื่อเสียงกวนใจนัก ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ จะได้ออกกำลังเพลินขึ้นกันนะครับ

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 2312

 

ในยุคที่ผู้คนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นอย่างมาก กิจกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าเราทำสิ่งที่ดี ในปริมาณที่ไม่พอดี วิธีการไม่ถูกต้อง หรือมีปัจจัยลบบางอย่าง ก็อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ อย่างเช่น “อาการไตวาย” ที่เรากำลังจะพูดถึง…

ก่อนอื่นเราคงจะต้องบอกก่อนว่า “ไตวาย” มีความเกี่ยวเนื่องกับ “อาการกล้ามเนื้อสลาย” หรือ การสลายตัวของกล้ามเนื้อลาย ซึ่งเป็นชนิดของเส้นใยกล้ามเนื้อที่เป็นกลุ่มโครงสร้างภายนอกของร่างกาย โดยเมื่อกล้ามเนื้อสลายตัวก็จะทำให้เกิดอาการที่ส่วนของกล้ามเนื้อที่มีปัญหา และทำให้เกิดของเสียที่เกิดจากการตายของเซลล์กล้ามเนื้อเข้าสู่กระแสเลือด อันเป็นเหตุให้ของเสียเหล่านี้ต้องได้รับการขับที่ไต ซึ่งถ้ามีปริมาณมากเกินไปก็จะทำให้ไตทำงานหนัก

ทั้งนี้ ในกรณีที่อาการกล้ามเนื้อสลาย ส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ ก็จะทำให้มีอาการสีปัสสาวะเข้มขึ้น เป็นสีโคล่า เพราะมีการขับสารไมโอโกลบิน (Myoglobin) ซึ่งเป็นผลจากการสลายตัวของเซลล์กล้ามเนื้อออกมาทางปัสสาวะ สารนี้จะให้ผลบวกกับแถบตรวจปัสสาวะ คล้ายกับการตรวจพบเลือดในปัสสาวะ แต่เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องตรวจปัสสาวะกลับไม่พบเซลล์เม็ดเลือดแดง

ไตวายจากการออกกำลัง - 3

ไตวายได้อย่างไร?

ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการขับของเสียในร่างกาย แต่ถ้ามีของเสียปริมาณมากก็จะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดไตฝอย ทำให้การทำงานของไตแย่ลงและเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันขึ้น เปรียบเทียบได้กับเศษอาหารที่ทำให้ท่อระบายน้ำตัน ซึ่งนอกจากไตจะขับของเสียไม่ทันแล้ว การขับน้ำก็จะลดลงไปด้วย ในรายที่มีอาการรุนแรงจึงอาจมีปริมาณปัสสาวะที่น้อยลงมาก ภาวะไตวายที่เกิดขึ้นถ้าได้รับการแก้ไขที่สาเหตุ และรักษาประคับประคองอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตและทำให้ไตกลับมาทำงานเป็นปกติได้อีกครั้ง แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรังได้ หรือหากปริมาณของเกลือแร่ในเลือดบางตัวมีความผิดปกติมาก จนทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ไตวายจากการออกกำลัง - 4

การป้องกัน

ออกกำลังกายแต่พอดี ถือเป็นการป้องกันที่ดีที่คุณสามารถทำได้ แค่เพียงไม่หักโหมจนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่ร่างกายต้องการปรับตัวให้เข้ากับการใช้งาน และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หากมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรงหลังการออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการ เพราะถ้าหากมีภาวะกล้ามเนื้อสลาย นอกจากจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ยังเป็นเหมือนการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันด้วย

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 8210

 

หากคุณมองท่าวิดพื้นว่าเป็นเพียงท่าวิดพื้น นั่นแปลว่าคุณยังไม่รู้ถึงพลังแฝงของมัน “มาร์ติน รูนีย์” ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนส บอกว่า “ถ้าคุณผสมผสานท่าประยุกต์ต่างๆ ของมันเข้าด้วยกัน คุณจะสามารถสร้างโปรแกรมเวิร์กเอาต์ที่ใช้ฝึกได้ทุกที่เลยล่ะ” มาลุยด้วยตัวคุณเองไปกับแผนฝึกแบบพีระมิดนี้เลยก็แล้วกัน !

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (cover)

วิธีฝึก เริ่มจากฐานด้านซ้ายของพีระมิด ให้คุณฝึกไต่ระดับขึ้นจากด้านซ้ายแล้วลงไปด้านขวา โดยฝึกตามจำนวนครั้งของแต่ละท่าตามตัวเลขที่กำหนดไว้ในวงกลม (ด้านล่างคือคำอธิบายการฝึกแต่ละท่า) ส่วนการหยุดพักให้ยึดตามระดับความฟิตของคุณ

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (9)

Pyramid Pushups

1. Single-Leg

ทำท่าวิดพื้นแต่ยกขาข้างหนึ่งลอยขึ้น แทนที่จะวางชิดกัน

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (1)

2. Dive Bomb

เริ่มท่าด้วยการยกสะโพกขึ้น จากนั้นดึงลำตัวไปด้านหน้า ลดสะโพกลงและเหยียดแขนให้สุด

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (8)

3. Knee-to-Chest

ขณะที่คุณดันตัวกลับขึ้นให้ยกเข่าข้างหนึ่งไปข้างหน้า ทำสลับข้างไปมาทุกๆ ครั้งที่ฝึก

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (2)

4. Clapping

ฝึกท่าวิดพื้นโดยให้คุณดันตัวกลับขึ้นด้วยแรงมากพอที่จะทำให้ตัวลอยขึ้นเพื่อปรบมือ

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (3)

5. Knee-to-Elbow

ฝึกท่าวิดพื้นแต่ให้ดึงเข่าเลื่อนเข้าหาข้อศอกในจุดล่างสุดของท่า เปลี่ยนสลับข้างในทุกๆ ครั้งที่ฝึก

เปลี่ยนท่าวิดพื้นสู่การเวิร์กเอาต์ทั่วร่าง (4)

จะวิดพื้นทั้งที… จัดทีเดียวเอาให้ครบไปเลย คุ้มกว่าเยอะ!!

 

 

เรื่อง Ben Court / Men’s Health US
แปลและเรียบเรียง กีรติ ไตรรัตน์วัฒนกุล
ภาพ Beth Bischoff

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 404

 

หากคุณถูกใครบางคนโกง แย่งความดีความชอบไปจากงาน โดนโกหก หรืออะไรที่แย่ๆ ไปยิ่งกว่านั้น สัญชาตญาณแรกของคุณอาจจะตอกกลับคนนั้นด้วยคำสบถ หรือไม่ก็ปล่อยหมัดฮุกตรงเข้าดั้งจมูกแรงๆ สักที เราว่าใจเย็นๆ ดีกว่า ดร.สตีเฟน โจเซฟสัน นักจิตวิทยาพฤติกรรมและรองศาสตราจารย์คลินิกจาก Weill Cornell Medical College บอกว่า “คุณจำเป็นต้องคิดอยู่เสมอว่าอะไรคือทางออกที่ดีที่สุด และนั่นอาจไม่ใช่การเผชิญหน้าเสมอไป” ที่นี่คือ 3 คำแนะนำ หากคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ชวนปล่อยหมัดนี้ !

1. อดทน หาก…

คนที่กำลังว่าคุณอยู่คือคนที่ถืออำนาจเหนือกว่า (เช่น หัวหน้าของคุณ)

เมื่อฝ่ายตรงข้ามแสดงให้เห็นถึงอำนาจเชิงโครงสร้างที่เหนือกว่า คุณควรใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรับฟังมุมมองของเขา ตามคำแนะนำของ ดร.ฮาวเวิร์ด แคสซิโนฟ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา การด่าว่าคนอื่นไปตรงๆ ต่อหน้า (เช่น “ไอ้คxxxเอ๊ย!”) ในเชิงจิตวิทยาบอกว่าเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่ความผิดพลาด และการทำแบบนั้นมีแต่จะทำให้คุณหัวเสียมากขึ้นกว่าเดิม

จัดการอารมณ์โกรธ (1)

2. เผชิญหน้า หาก…

คุณจำเป็นต้องพบเจอคนคนนั้นบ่อยๆ

หากคุณต้องเผชิญกับพวกที่ชอบเอาคำพูดในเชิงบวกและเป็นมิตรกดทับลงบนคำก่นด่าที่คุณได้รับ ดร.โจเซฟสัน แนะนำให้เริ่มบทสนทนาด้วยคำพูดอย่าง “เราจำเป็นต้องทำงานนี้ให้ดีไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นผมจะขอบคุณมากถ้า…” ก่อนจะจบด้วยประโยค “ผมดีใจมากที่สามารถพูดคุยกับคุณในเรื่องนี้ได้”

จัดการอารมณ์โกรธ (2)

3. โกรธไปเลย ถ้า…

คุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้

ดร.แคสซิโนฟ บอกว่า “ความโกรธสามารถขับเคลื่อนคุณให้พัฒนาตัวเองหรือโลกใบนี้ได้” แนวคิดนี้ก็คือการกลับมาเป็นคนใหม่ที่เก่งกว่าเก่า ในวันที่โปรเจ็กต์งานของคุณดูไม่มีทีท่าว่าจะแล้วเสร็จหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มออกกำลังกายได้ตอนไหน ให้นึกว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมาเพื่อที่คุณจะได้ใช้เป็นแรงกระตุ้นก็อกสองให้สู้ต่อไป หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เปลี่ยนความโกรธให้เป็นแรงผลักดันนั่นเอง!!

จัดการอารมณ์โกรธ (4)

อย่างไรก็ตาม… สำหรับใครที่เลือกหนทางที่จะ “สงบสติอารมณ์” ตัวเอง คุณเองก็สามารถจัดการกับความโกรธภายใน 1 นาทีได้ อย่างเช่นวิธีที่ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ อย่างเช่น การสูดลมหายใจลึกๆ ซึ่งจะทำให้การตอบสนองต่อความโกรธนั้นเปลี่ยนทิศและชะลอหัวใจที่เต้นแรงอย่างกับรถแข่งให้ช้าลง ลองสูดลมหายใจเข้าพร้อมกับนับหนึ่งถึงสิบ จากนั้นผ่อนลมหายใจออกนับหนึ่งถึงสิบ ทำแบบนี้ 10-20 ครั้งก่อนจะต่อด้วยการหมุนไหล่เพื่อคลายอาการขมึงตึง หากคุณรู้สึกมือเกร็งๆ ให้สะบัดอาการดังกล่าวให้หายไป การคลายกล้ามเนื้อที่ยึดตึงแล้วทุกๆ อย่างก็จะผ่อนคลายไปเอง รวมถึงอรมณ์โกรธของคุณด้วย ลองดูครับ

โลกมันอยู่ยาก หรือคุณคิดไปเอง ?
แต่ถึงมันจะอยู่ยากจริง คุณก็ไม่จำเป็นใช้ชีวิตให้ยากหรอกนะ ปล่อยวางบ้าง Let’s go~

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

Top Five Articles

0 95701
เผยเทคนิกพิฆาตชั้นไขมันและปั้นซิกแพ็คสำหรับแข่งของโรนัลโด ด้วยโปรแกรมสร้างมัดกล้ามแบบเร่งด่วนใน 28 วัน จะต้องใช้ความถึกขนาดไหน มาดูกัน!!