Tags Posts tagged with "ลดน้ำหนัก"

ลดน้ำหนัก

0 568

 

เพราะสังคมก้มหน้ากลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้แล้วแทบทุกที ไม่เว้นแม้แต่โต๊ะอาหารที่ๆ เราควรตั้งใจกับการทานอาหารตรงหน้าหรือใช้เวลาร่วมกับเพื่อนร่วมโต๊ะข้างๆ ซึ่งนอกจากพฤติกรรมนี้จะไม่สุภาพแล้ว ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยังชี้อีกด้วยว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเสียสุขภาพด้วยเช่นกัน

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น พบว่า ก่อนมื้ออาหารหากคุณได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอของอุปกรณ์ดิจิตอลอย่างแล็ปท็อป แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน จะมีผลทำให้คุณทานอาหารมากเกินควร!

โดยข้อมูลจากงานวิจัยนี้ ระบุว่าหลังจากได้รับแสงสีฟ้า 15 นาที ผู้เข้าร่วมการวิจัยจะหิวมากขึ้น และความรู้สึกนั้นจะคงอยู่กับพวกเขานานถึง 2 ชั่วโมง นพ.ฟิลลิส ซี เจ้าของผลงานวิจัยชิ้นนี้ อธิบายว่าแสงบางชนิดสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมความเจริญอาหารและระบบเมตาบอลิซึม การกระตุ้นดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อจังหวะการผลิตอินซูลินและกลูโคสในร่างกาย คุณจึงรู้สึกหิวมากกว่าปกตินั่นเอง

ดังนั้นทางที่ดี… คุณควรจะเก็บอุปกรณ์ดิจิตอลเหล่านี้ไว้ให้พ้นหูพ้นตา แล้วหันมาทานอาหารอย่างมีสติจะเข้าท่ากว่า เคี้ยวและกลืนอาหารช้าๆ รวมทั้งสนใจจดจ่ออยู่กับรสชาติของอาหาร งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งชี้ให้เห็นว่าเทคนิคการทานช้าๆ แบบนี้จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วกว่าปกติด้วย

 

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 2551

 

หลังจากเป็นที่รู้จักในบ้านเรามาได้พักใหญ่ และฝ่าฟันพิสูจน์ตัวเองจนพ้นคำครหาผิดๆ ในที่สุด “หญ้าหวาน” ก็เริ่มเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ จนเกิดเป็นกระแสสำหรับผู้ต้องการหลุดพ้นจากยุคน้ำตาลเทียมเสียที เพราะไม่ว่าจะขัณฑสกร (แซคคาริน) แอสปาร์เทม ซูคราโลส อะซีซัลเฟมเค ซอร์บิทอล ไซลิทอล อิริทริออล เรื่อยมาจนมาถึงสารแทนความหวานทั้งหลายที่ลงท้ายด้วย “…ออล” ก็ล้วนเป็นสารสังเคราะห์ที่คนรักสุขภาพเริ่มหลีกเลี่ยง (โดยเฉพาะ 3 ชนิดแรก)

อย่างไรก็ตาม แม้ “หญ้าหวาน” จะเป็นที่รู้จักในไทยมาได้หลายปีแล้ว แต่สำหรับบางคนก็ยังถือเป็นเรื่องใหม่ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักสารแทนความหวานจากธรรมชาติชนิดนี้กัน….

หญ้าหวาน คืออะไร?

หญ้าหวาน (Stevia rebaudiana Bertoni) เป็นพืชในตระกูลทานตะวันหรือดาวเรือง แต่ลักษณะใบคล้ายสะระแหน่และต้นละม้ายแมงลักมากกว่า โดยประเทศที่ใช้สมุนไพรตัวนี้นำร่องมาหลายร้อยปีแล้ว คือ ปารากวัยและบราซิล ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของต้นไม้ชนิดนี้ ต่อมาก็มีหลายประเทศเริ่มนำไปปลูกใช้เอง สกัดเอง ขายเองบ้าง โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่นิยมใช้หญ้าหวานเป็นสารทดแทนความหวานมา 40 ปีได้ อเมริกาเริ่มใช้จริงจังมา 10 กว่าปีได้แล้ว ส่วนทางยุโรปนั้น ด้วยความเคร่งครัดเรื่องการควบคุมอาหารและยา รวมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค จึงเพิ่งเริ่มใช้กันอย่างเป็นทางการได้สัก 5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่รู้จักกันมานานมากแล้ว

หญ้าหวานใน “ไทย”

โดยสำหรับในบ้านเรานั้น รู้จักพืชนี้กันมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ด้วยเพราะไม่ค่อยตื่นตัว บวกกับหาซื้อตามตลาดได้ยาก จึงทำให้หญ้าหวานยังไม่เป็นที่นิยมกัน จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มหลายชนิด เทรนด์สุขภาพใหม่จึงบังเกิดขึ้นในบ้านเรานั่นเอง

ทั้งนี้ แม้หญ้าหวานจะมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเป็นใบๆ ให้เราต้มกินเอง หรือแบบผงพร้อมกินหรือนำไปผสมกับสารให้ความหวานแบบอื่นๆ แต่การจะกินหญ้าหวานก็ควรพิจารณาสารให้ความหวานหรือสารอื่นที่นำมาเจือจางหญ้าหวานให้หวานพอดี เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำตาลที่เข้าสู่กระแสเลือดพุ่งสูงเกินไปด้วย

ข้อดี

1. ให้ความหวานได้อย่างเข้มข้น
2. ทนกรดทนด่าง ทนความร้อนสูงถึง 200 องศาเซลเซียส จึงนำไปใช้ปรุงอาหารได้
3. ไม่ก่อมะเร็ง ปลอดภัยในการรับประทานต่อเนื่องตามปริมาณที่แนะนำ (ไม่เกิน 4 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน)
4. รสชาติคล้ายน้ำตาลธรรมชาติ ต่างก็ตรงไม่หวานแหลมเหมือนน้ำตาล แต่จะค่อยๆ หวานติดลิ้น ซึ่งใช้เวลานานกว่า
5. เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวาน

ข้อเสีย

1. ถ้าใส่ปริมาณเยอะเกินไป จะทำให้เข้มข้น จนทำให้รู้สึกขมได้
2. นำไปทำขนมจะไม่ค่อยฟู ทำให้ต้องใส่ผงฟูมากขึ้น และรสสัมผัสแตกต่างออกไป เนื่องจากไม่มีน้ำตาลเป็นสารตั้งต้น
3. ทำให้ความหอมของขนมที่ผสมหญ้าหวานไม่ฟูฟ่องมากนัก
4. อาหารหรือขนมที่หมักแป้งโดว์ด้วยยีสต์หรือแก๊ส ต้องใช้เวลาหมักนานกว่า

อย่างไรก็ตาม… แม้น้ำตาลเทียมหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มโพลีออลจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวานเช่นกัน เพราะสามารถลดปริมาณแคลอรีที่ร่างกายรับเข้าไปจากน้ำตาล รวมถึงผลข้างเคียงจากภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงหลังมื้ออาหารที่ส่งผลเสียต่อการเผาผลาญ ระบบเส้นเลือด หัวใจและสมอง

แต่ผลงานวิจัยเมื่อเดือนกันยายน เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา ก็ตั้งคำถามถึงการบริโภคขัณฑสกร แอสปาร์เทมและซูคราโลส กับความเหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากน้ำตาลเทียม 3 ชนิดนี้ อาจเป็นบ่อเกิดของเบาหวานก็เป็นได้ ดังนั้นจึงต้องรอดูในอนาคตว่าความชัดเจนเรื่องความปลอดภัยของน้ำตาลเทียมทั้ง 3 ตัวนี้จะเป็นอย่างไร ระหว่างนี้คงต้องพึ่งพาการปรับนิสัยติดหวาน ทานสารสกัดหญ้าหวานหรือสารให้ความหวานกลุ่มโพลีออลไปพลางก่อน แต่วงเล็บไว้นิดหนึ่งว่าอย่าได้ใจรับประทานมากเกินไปล่ะครับ ท้องเดินขึ้นมาจะหาว่าโพลีออลไม่เตือนนะครับ!

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

 

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารสาระสุขภาพจาก MH เป็นประจำ คงจะพอจำเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ความโกรธให้เกิดประโยชน์กับการออกกำลังกายได้ ในหัวข้อ “หัวร้อน” ให้เป็นประโยชน์ สู่หนทางบิลด์ “กล้ามอก” สุดแกร่ง แต่เรื่องราวครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า การทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการหัวใจวายถึง 3 เท่า!!

ต่อไปนี้ก่อนจะการออกกำลังกายหนักๆ คงต้องพิจารณาอารมณ์ตัวเองสักหน่อย เพราะหากคุณกำลังโกรธหรืออารมณ์ตุ่ยมาจากไหน นั่นอาจหมายถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น นอกเหนือจากอุบัติเหตุเพราะความอารมณ์ร้อนของคุณ ผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ซึ่งได้ทำการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยหัวใจวายก่อนอาการกำเริบ 1 ชั่วโมง จำนวน 12,500 ราย พบว่า ตัวแปรที่ทำให้พวกเขาเข้าสู่ภาวะวิกฤตนั้น ล้วนมาจากการออกกำลังหนักและอารมณ์โกรธพร้อมกัน

นพ.ดร.แอนดรูว์ สมิท ผู้เขียนงานวิจัย กล่าวว่า ด้วยสาเหตุนี้ จึงทำให้เส้นเลือดของผู้ป่วยตีบแคบ และเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการนี้ไปอีก 3 เท่า เช่นเดียวกับผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งออกกำลังกายในเช้าวัน ก่อนจะเดินทางมาที่ศาล เพื่อต่อสู้ขอสิทธิเลี้ยงดูลูกชาย จนทำให้เขาเกิดภาวะหัวใจวายกำเริบในเวลาต่อมานั่นเอง

ทราบแบบนี้ จัดการกับอารมณ์และความรู้สึกตัวเองให้แจ่มใสก่อนออกกำลังกาย เพื่อหัวใจที่แข็งแรง พร้อมกับร่างกายที่ฟิตแน่นกันได้แล้วนะครับ ยิ่งกำความเครียดยิ่งเป็นการทำร้ายตัวเองนะเออ…. ท่องไว้ๆ

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 5279

 

เพราะกุญแจสู่ร่าง V-shape ต้องมาพร้อมกับแผ่นหลังช่วงปีกกว้างใหญ่ให้สมกับช่วงล่างแน่นปึ้ก! แบบซูเปอร์ฮีโร่ และผู้ที่จะมาชี้นำหนทางสู่แสงสว่างที่ทุกคนปรารถนาในวันนี้ ก็คือ โค้ช บีเจ แกดเดอร์ ผู้อำนวยการด้านฟิตเนสของ MH คนเดิม เพิ่มเติมคือโปรแกรมปั้นแผงปีกทั้ง 3 ท่าที่หลายคนอยากรู้ ต่อไปนี้ !!
1. Neutral-Grip Pullup

ท่าที่เป็นมิตรกับข้อต่อนี้จะทำให้หัวไหล่ของคุณเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น 

วิธีฝึก โหนตัวจากมือจับแบบขนานตามยาวโดยให้ฝ่ามือของคุณหันเข้าหากัน เริ่มฝึกด้วยการออกแรงดึงตัวขึ้นให้ช่วงอกเลื่อนเข้าหาบาร์ ตั้งลำตัวให้ตรงและนิ่ง เสร็จแล้วค่อยๆ ลดตัวกลับลง ฝึกให้ครบ 3-5 เซ็ต เซ็ตละ 3-5 ครั้ง 

 

2. Dumbbell Bench Pullover

ถ้าคุณอยากให้กล้ามเนื้อเติบโตล่ะก็ เหยียดมันออกแล้วใส่แรงต้านลงไป ทำตามนี้เลย

วิธีฝึก วางหลังส่วนบนกับม้านอน ชันเข่าตั้งสะโพกขึ้น วางฝ่าเท้าราบไปกับพื้น มือทั้งสองข้างประคองดัมบ์เบลเหยียดขึ้นเหนือหน้าอก เริ่มฝึกด้วยการค่อยๆ ลดดัมบ์เบลลงไปด้านหลัง หยุดค้างไว้สักครู่ก่อนดึงกลับขึ้นมา ฝึกให้ครบ 1 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นอีก 5-10 วินาทีในวันฝึกถัดๆ ไปจนได้ถึงเซ็ตละ 2 นาที

 

3. Straight-Arm Pulldown

ท่าจบที่จะทำให้กล้ามเนื้อหลังของคุณแกร่งอย่าบอกใคร ให้โน้มตัวไปข้างหน้าในช่วงเริ่มท่า (เพื่อการเหยียดกล้ามเนื้อให้สุด) ดึงตัวกลับไปด้านหลังในช่วงจบ (เพื่อการหดเกร็งกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่)

วิธีฝึก จับบาร์ที่เครื่องเคเบิลแบบคว่ำฝ่ามือ เหยียดแขนให้สุดขณะที่คุณดึงบาร์ลง ฝึกให้ครบ 3-5 เซ็ต เซ็ตละ 15-20 ครั้ง หยุดพักระหว่างเซ็ตนาน 30 วินาที

 

เป็นยังไงล่ะ3 ท่าง่ายๆ ไม่ยากเลยใช่ไหม!? ว่าแต่ได้ไหล่แล้ว อย่าลืมบริหารช่วงล่างลงไปด้วยนะครับ ก็ถ้าจะใหญ่แต่ไหล่ แต่ตัวผอมแห้งอันนั้นก็จะตลกไป ออกกำลังให้ครบทุกส่วนเพื่อความสมดุล ซึ่งในส่วนของเคล็ดลับบริหารร่างกายส่วนอื่นๆ นั้น Men’s Health ของเรามีพร้อมเสิร์ฟคุณเสมอ ติดตามเราได้ทุกเมื่อครับ 😉

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 7921

 

หากคุณอยากเป็นผู้ชายที่มีซิกแพ็คเป็นของตัวเองเสียที การเริ่มต้นลงมือฝึกตามโปรแกรมออกกำลังกายบ่อยๆ ถือเป็นหัวใจหลักที่สุด และนี่ก็คือโปรแกรมออกกำลังกายเพื่อเพาะซิกแพ็คที่คุณกำลังตามหา โดย บีเจ แกดเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนส และผู้อำนวยการด้านฟิตเนสของ Men’s Health ที่จะมาแนะนำโปรแกรมต่อไปนี้ โดยใช้เวลา 34-60 นาที !!

1. Kettlebell Shuffle Swing
เริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงเคตเทิลเบลลงที่หว่างขา จากนั้นดันสะโพกขึ้นมาด้านหน้าพร้อมกับเหวี่ยงเคตเทิลเบลขึ้น เมื่อคุณเหวี่ยงน้ำหนักขึ้นมาที่ระดับอกแล้วให้ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาเท้าขวาในลักษณะเกือบชิดติดกัน ในจังหวะที่เหวี่ยงน้ำหนักกลับลงให้คุณก้าวเท้าซ้ายออกไปทางซ้าย เสร็จแล้วฝึกซ้ำโดยในคราวนี้ให้ก้าวเท้าขวามาชิดเท้าซ้าย

2. Low Box Lateral Runner
วางเท้าซ้ายบนพื้น ส่วนเท้าขวาวางบนกล่องเตี้ยๆ หรือแท่นสเต็ป ฝึกท่านี้ด้วยการเคลื่อนไหวที่ไหลลื่นเป็นจังหวะเดียวโดยให้คุณกระโดดไปด้านข้างเพื่อวางเท้าซ้ายลงบนกล่องและวางเท้าขวาลงกับพื้น ฝึกสลับไปมาจนครบตามเวลา

3. Box Thruster
นั่งบนกล่องหรือม้านอน ถือดัมบ์เบลไว้ข้างละอันแล้วยกขึ้นพักไว้ด้านหน้าหัวไหล่ ฝึกท่านี้ให้เป็นจังหวะเดียวโดยการออกแรงกดผ่านส้นเท้าเพื่อดันตัวขึ้นยืนพร้อมกับยกดัมบ์เบลขึ้นเหนือศีรษะอย่างเต็มแรง เสร็จแล้วลดตัวกลับลงนั่งแล้วฝึกซ้ำ

4. Sandbag Reverse Lunge with Rotation
ให้คุณจับที่จับถุงทรายด้วยมือทั้งสองข้างแล้วก้าวขาซ้ายไปด้านหลังเพื่อย่อตัวลงสู่ท่า Reverse Lunge จากนั้นบิดแขนไปทางขวาให้ถุงทรายอยู่ข้างลำตัว แล้วดันตัวลุกขึ้นสู่ท่ายืนพร้อมกับบิดแขนมาตรงกลางให้ถุงทรายกลับมาอยู่ด้านหน้า ฝึกซ้ำโดยเปลี่ยนสลับข้าง ก้าวเท้าขวาไปข้างหลังและบิดแขนมาทางด้านซ้าย

5. Low Box Plank Stepper
ตั้งท่าวิดพื้นก่อนเริ่มฝึกด้วยการยกมือซ้ายวางบนแท่นสเต็ปและตามด้วยมือขวาโดยให้วางเยื้องไปข้างหน้าเล็กน้อย จากให้ยกมือซ้ายวางกลับลงบนพื้นตามด้วยมือขวา ฝึกซ้ำโดยคราวนี้ให้ยกมือขวาขึ้นวางก่อนบ้าง

6. Single-Leg Plank Walkout
ยืนตรงทิ้งน้ำหนักลงบนขาซ้าย เริ่มฝึกด้วยการโน้มตัวลงเพื่อวางมือทั้งสองข้างบนพื้นโดยยังคงยกขาขวาลอยขึ้นค้างไว้ จากนั้นค่อยๆ เดินด้วยมือไปข้างหน้าจนลำตัวของคุณอยู่ในท่า Plank เป็นอย่างน้อย เสร็จแล้วย้อนกลับสู่ท่ายืนแล้วฝึกซ้ำโดยเปลี่ยนสลับข้างการยกขา

7. Reverse Burpee
ตั้งท่าวิดพื้นโดยวางมือเยื้องออกจากหัวไหล่ไปด้านหน้าเล็กน้อย เริ่มฝึกด้วยการเดินถอยหลังด้วยมือเข้าหาปลายเท้าจนลำตัวของคุณอยู่ในท่าพร้อมกระโดด จากท่านี้ให้คุณถีบตัวกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วเต็มแรงพร้อมกับชูมือทั้งสองข้างขึ้น

8. Bench Hop
เริ่มต้นจากการยืนข้างม้านอนโดยวางปลายเท้าชิดติดกัน โน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างจับขอบม้านอนเอาไว้ให้แน่นกระชับ เริ่มฝึกด้วยการกระโดดข้ามม้านอนไปยังด้านตรงข้าม โดยกระโดดสลับไปมาจนครบตามเวลา

9. Band Jack Pull-Apart
ดึงแผ่นยางสร้างแรงต้านด้วยมือทั้งสองข้างไว้ที่ความสูงระดับอก เริ่มฝึกด้วยการกางแขนออกไปด้านหลังให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้พร้อมกับกระโดดกางขาออก

10. Bear Crawl to Explosive Pushup
ตั้งท่าคลานโดยยกเข่าลอยสูงขึ้นจากพื้นสักสองสามนิ้ว เริ่มฝึกด้วยการถีบขาทั้งสองข้างไปด้านหลังเพื่อลดตัวลงสู่พื้น ดันตัวกลับขึ้นอย่างรวดเร็วทรงพลังแล้วย้อนกลับสู่ท่าคลานแบบตอนแรก

วิธีฝึก

1. วอร์มอัพ 

จับเวลาแล้วฝึกท่า Single-Leg Plank Walkout ให้ได้จำนวนครั้งมากที่สุด
เวลาที่ใช้ : 5-10 นาที

2. เวิร์กเอาต์หลัก 

ฝึกตามชุดท่าซูเปอร์เซ็ตด้านล่างนี้ให้ได้นาน 6, 8 หรือ 10 นาที ขึ้นอยู่กับเวลาที่มีหรือระดับความฟิตของคุณ ยกตัวอย่างชุดท่าที่ 1 ให้คุณฝึกท่า Low Box Plank Stepper นาน 20 วินาที หยุดพัก 10 วินาที แล้วต่อด้วยท่า Low Box Lateral Runner อีก 20 วินาที หยุดพักอีก 10 วินาที ฝึกวนซ้ำให้ได้ 6, 8 หรือ 10 นาที ก่อนจะฝึกในชุดท่าถัดไป

1. Low Box Plank Stepper + Low Box Lateral Runner
เวลาที่ใช้ : ฝึก 20 วินาที พัก 10 วินาที

2. Band Jack Pull-Apart + Bear Crawl to Explosive Pushup
เวลาที่ใช้ : ฝึก 20 วินาที พัก 10 วินาที

3. Box Thruster + Sandbag Reverse Lunge
เวลาที่ใช้ : ฝึก 40 วินาที พัก 20 วินาที

4. Kettlebell Shuffle Swing + Bench Hop
เวลาที่ใช้ : ฝึก 20 วินาที พัก 10 วินาที

3. ท่าฝึกจบ

จับเวลาแล้วฝึกท่า Reverse Burpee ให้ได้จำนวนครั้งมากที่สุด
เวลาที่ใช้ : 5-10 นาที

ผู้เชี่ยวชาญมาเองขนาดนี้ เวิร์คไม่เวิร์คคงต้องขึ้นอยู่กับวินัยในตัวคุณแล้วล่ะ รออะไรล่ะ ลุยเลย!!

 

 

เรื่อง BJ Gaddour / Men’s Health US
แปลและเรียบเรียง กีรติ ไตรรัตน์วัฒนกุล
ภาพ Ben Goldstein

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

 

เพราะหนทางสู่หุ่นฟิตไม่ได้มีแค่ทางตรงอย่างเดียว บรรดาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมก็เป็นหนึ่งทางลัดดูแลสุขภาพจากภายใน สำหรับใครหลายคนเช่นกัน (แม้จะต้องจ่ายเพิ่มก็เถอะ) ยิ่งสำหรับความ “ฟิต” ด้วยแล้ว บางครั้งฝึกอย่างเดียวก็ไม่ไหว เอาเป็นว่าหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาดูแลความฟิตของตัวเอง แต่เลือกไม่ถูกอยู่ล่ะก็… เราขอนำเสนอ 4 อาหารต่อไปนี้ เอาใจคนอยากฟิตไม่มีเหนื่อยเลย !!

 

1. โรดิโอลา

ช่วยเพิ่ม “ปริมาณออกซิเจนสูงสุด” จึงทำให้คุณหมดแรงช้ากว่าปกติจนอาจแปลกใจ…

เทคนิคลดพุง - 25

2. ครีเอทีน

เพราะการกินครีเอทีนวันละ 6 กรัม ช่วยเพิ่มพละกำลังสำหรับแต่ละครั้งที่วิ่งแบบเต็มฝีเท้า การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา นี่จึงเป็นอีกอาหารเสริมทำให้คุณยิ่งฟิตไงล่ะ

การเลือกรองเท้าวิ่ง  (3)
3. ซีสเทอีน

ช่วยปกป้องเซลล์ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จึงช่วยป้องกันไม่ให้การออกกำลังกายทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคุณนั่นเอง

เหงื่อ-บ่งบอกสุขภาพ (1)

4. กลูตามีน

ให้กินกลูตามีน 5 กรัมในมื้อเช้า เพราะการบริหารร่างกายอย่างหนักจะทำให้ระดับกลูตามีน (ซึ่งช่วยเพิ่มความอึด) ตามธรรมชาติลดลงถึง 45% การทำเช่นนี้จึงเป็นเหมือนการเติมกลูตามีนลดแทนส่วนที่หดหายไป

เทคนิคเพิ่มกล้าม ไม่ต้องเข้ายิม (9)

 

แต่ก็อย่างว่า… ถ้าอยากฟิตแต่ไม่หมั่นขยับตัว อันนี้อาหารเสริมก็คงไม่ช่วยอะไรคุณได้นัก อย่าลืมออกกำลังกายควบคู่กับการทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะครับ ที่สำคัยพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่ล้มป่วยกันนะ

” เป็นห่วง “

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

 

ไม่ใช่แค่เรื่องของการหมั่นฝึกซ้อมเท่านั้น แต่เรื่องของความฟิต ความเฟิร์ม รวมไปถึงสมรรภนะของร่างกาย ก็สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ครัวเช่นกัน หากคุณกำลังสงสัยอยู่ว่าสิ่งเหล่านี้จะเริ่มต้นจากอะไรที่ไกลเกินสนามฝึกหรือยิมได้อย่างไร แนะนำให้คุณลองพกของทั้ง 5 สิ่งต่อไปนี้ติดครัวดูสิ แล้วคุณจะร้อง “อ๋อ!!”
1. เบคกิ้งโซดา

เพียงผสม 1 หยิบมือในน้ำและดื่มก่อนออกกำลังกาย ก็เป็นการช่วยลดอาการกล้ามเนื้อล้าได้แล้วล่ะ
– วิทยาลัยพลศึกษาแห่งชาติของไต้หวัน

baking soda

2. ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ

ผลิตภัณฑ์อาหารที่มาในรูปของกระป่อง อุดมไปด้วย “แมกนีเซียม” ซึ่งสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนั้นถ้าอยากจะบำรุงส่วนนี้ ก็อย่าลืมทำตามคำแนะนำนะ
-มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นวอชิงตัน

ของติดครัว ช่วยเพิ่มสมรรถนะ (1)

3. แตงกวาดอง

เพราะแตงกวาดอง อุดมไปด้วยโซเดียมและโพแทสเซียม ซึ่งช่วยปรับระดับเกลือแร่ในร่างกายให้มีความสมดุลนั่นเอง
– Journal of Athletic Training

ของติดครัว ช่วยเพิ่มสมรรถนะ (4)

4. น้ำมะนาว

เพราะน้ำมะนาวช่วยเพิ่มพลังงาน โดยทำให้ค่า pH ในร่างกายเป็นด่าง การดื่มน้ำมะนาวหรือลองผสมน้ำให้เจือจางความเปรี้ยวสักหน่อย จึงถือเป็นอีกเทคนิคที่คนออกกำลังกายไม่ควรพลาดที่จะลอง
– เลียม สมิธ เทรนเนอร์ส่วนตัว

Limes being juiced --- Image by © Hrbková, Alena/the food passionates/Corbis

5. แผ่นรำข้าวอบกรอบ

จะว่าเป็นซีเรียลอีกชนิดก็ว่าได้ แต่ชนิดนี้จะมี “บีเทน” ซึ่งช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำระหว่างบริหารร่างกาย แถมยังช่วยทำให้เพิ่มสมรรถนะด้านความเร็วได้นานขึ้น นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ควรมีสิ่งนี้พกติดครัว !
– วิทยาลัยนิวเจอร์ซีย์

ของติดครัว ช่วยเพิ่มสมรรถนะ (7)

และนี่เองคือเหล่าอาหารที่เราอยากให้คนรักการออกกำลังกายมีติดครัวไว้สักหน่อย นอกจากจะได้อิ่มท้องแล้ว ยังทำให้สมถรรนะของคุณดีขึ้นด้วย แบบนี้ต้องจัดแล้วล่ะ !!

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 6375
แม้ภายนอกของคุณจะดูผอมเพรียวกระฉับกระเฉง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะห่างไกลไขมันรอบเอว ตรงกันข้ามคนที่มีไขมันในช่องท้องนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นทั้งโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ดังนั้นเพื่อเป็นการสลัดภัยเงียบใต้หน้าท้อง รู้เขารู้เราก่อนดีกว่าเยอะ !

ไขมันในช่องท้องมีความแตกต่างจากไขมันใต้ผิวหนัง เพราะนอกจากคุณจะไม่สามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนเวลาส่องกระจก ไขมันประเภทนี้ยังอยู่ในช่องท้องกับอวัยวะภายในต่างๆ และกลายเป็นภัยคุกคามชีวิตติดตัวคุณไปทุกที่

ทั้งนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไขมันประเภทนี้มากเกินไป คุณจะมีโอกาสเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยกว่าคนปกติถึง 2 เท่า ตามข้อมูลงานวิจัยของสมาคมโรคมะเร็งสหรัฐอเมริกา ไขมันในช่องท้องถือเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน (ประเภทที่ 2)

อ้วนหลบใน - 1

แต่ในข่าวร้ายก็ยังพอมีข่าวดี… เพราะแม้ไขมันชนิดนี้ จะมองเห็นยากด้วยสายตา แต่ก็เป็นไขมันที่กำจัดได้ง่าย เมื่อทุกครั้งที่คุณออกกำลังกาย 10% คุณก็จะสามารถลดไขมันในช่องท้องได้ 30% ดังนั้นหากใครต้องการจะกำจัดไขมันในช่องท้อง แค่เพียงตั้งเป้าหมายที่จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายเท่านี้ ก็เห็นผลสัมฤทธิ์ !!

ในส่วนของการควบคมอาหารนั้น แม้อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดตรขัดขาวจะจัดอยู่ในอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามกินเด็ดขาด เพราะเมื่อไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์เมืองนาโกย่าได้ค้นพบสูตรโภชนาการเพื่อลดไขมันที่จุกพุงคุณอยู่ โดยประกอบด้วย คาร์โบไฮเดตร 35% + ใยอาหาร 6% + โปรตีน 19% + ไขมัน 40% ตัวอย่างสูตรนี้ ก็เช่น เมนูสตูว์เนื้อแกะใส่อโวคาโดและมะเขือเทศ เป็นต้น

อ้วนหลบใน - นม

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้แล้ว งานวิจัยในนิยสาร Journal of Nutrition ยังชี้อีกว่า คนที่ได้รับพลังงาน 15% ต่อวัน จากผลิตภัณฑ์นม เช่น นม ไข่ และโยเกิร์ต มีโอกาสกำจัดไขมันในช่องท้องได้กว่าคนอื่นอีกด้วย

พูดมาขนาดนี้ ใครที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนซ่อนรูปคงต้องระวังเรื่องการกินกันบ้างแล้วล่ะ หรือไม่ลองหันมาสำเร็จตัวเองบ้างก็ดีว่าอยู่ในกลุ่มเข้าข่ายด้วยการวิธีสังเกตก็มีดังนี้ว่า “ใช่” หรือ “ไม่”

  1. เอาขนาดเอวของคุณเป็นตัวตั้งหารกับขนาดสะโพก ผลลัพท์ที่ได้มากกว่า 0.9 ?
  2. รอบเอวของคุณขนาดใหญ่กว่า 102 ซม. ?
  3. รอบเอวของคุณมากกว่าหรือเท่ากับครึ่งหนึ่งของความสูงของคุณ ?
  4. ระยะห่างระหว่างบั้นเอวจนถึงสะดือของคุณมากกว่า 25 ซม. ?

และสำหรับคำตอบของการสังเกตต่อไปนี้ หากคุณพบว่าคนเองมีคำตอบว่า “ใช่” ข้อใดข้อหนึ่ง ก็ขอให้คุณรีบดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกินและออกกำลังกายกันได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ เพราะนั่นหมายความว่าคุณก็เป็นหนึ่งคนที่มีไขมันในช่องท้องแล้วนั่นเอง 

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 9203
onnit.com

 

เคล็ดลับการฝึกด้วยน้ำหนักตัวที่เราจะเปิดเผยต่อไปนี้นอกจากช่วยเพิ่มขนาดและความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแล้ว ยังทำให้คุณมีกำลังมากขึ้น เคลื่อนไหวและทรงตัวได้ดีขึ้นด้วย แทนที่จะเทรนให้ตัวล่ำสันบึกบึนเหมือนคิงคองซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่กำลังทำกันโดยไม่รู้ตัว เราน่าจะเทรนเพื่อให้ฟิตเฟิร์มน่ามองเหมือนนักยิมนาสติก หรือพวกนักสู้ MMA ซึ่งคนพวกนี้มีกล้ามคมชัดสวยงามทั้งๆ ที่ไม่เคยยกเวตเลยและที่สำคัญคือคุณทำได้โดยไม่ต้องไปเหยียบยิมเลย

เคล็ดลับข้อ 1 ปรับแผนการกิน

Muscular man with empty plate

การฝึกโดยใช้น้ำหนักตัวนั้นต้องการรูปร่างที่ต่างจากการยกเวตโดยสิ้นเชิง ถ้าจะยกเวต คุณก็ควรมีน้ำหนักตัวเยอะเพราะจะทำให้คุณยกได้มากขึ้น นั่นไม่ใช่เพราะคุณมีกล้ามเนื้อมากขึ้นนะครับ แต่กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ทำให้คุณมีแรงงัดและแรงส่งมากขึ้น ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องขังตัวเองอยู่กับนิสัยการกินแบบอดๆ อยากๆ ส่วนการฝึกด้วยน้ำหนักตัวจะเป็นตรงกันข้าม กล้ามเนื้อยิ่งเยอะจะยิ่งเป็นอุปสรรคต่อสมรรถภาพร่างกายและความสามารถในเชิงกีฬา การแบกน้ำหนักตัวเพิ่มอีก 20 ปอนด์ก็เหมือนคุณใส่เข็มขัดถ่วงน้ำหนักล่ะครับ ดังนั้นถ้าจะให้ดีก็ควรรีดน้ำหนักออกให้เร็วที่สุด ซึ่งการออกกำลังอย่างเดียวยังไม่พอ คุณต้องปรับเรื่องอาหารการกินด้วย เริ่มจากงดอาหารที่เติมน้ำตาลโดยเฉพาะพวกเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ จากนั้นหันมาเพิ่มผักผลไม้และโปรตีน ปริมาณโปรตีนที่ควรบริโภคต่อวันสำหรับผู้ชายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 56 กรัม ซึ่งคุณควรกินให้ได้อย่างน้อยสองเท่า ผลวิจัยของ USDA ล่าสุดระบุว่า ผู้ชายที่กินโปรตีนมากเป็นสองเท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวันจะกำจัดไขมันได้มากกว่าและรักษากล้ามเนื้อไว้ได้มากกว่าคนที่กินน้อยกว่านี้ ส่วนแป้งให้ทำตรงกันข้ามครับ พยายามลดแป้งให้เหลือไม่เกิน 100 กรัมต่อวัน และให้กินคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ได้อยู่ในรูปผักผลไม้หลังออกกำลังเท่านั้น

เคล็ดลับข้อ 2 คิดใหม่ทำใหม่

เทคนิคเพิ่มกล้าม ไม่ต้องเข้ายิม (11)

คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าต้องยกเวตหนักๆ ถึงจะแพ็คกล้ามได้จริงจัง แต่ที่จริงกล้ามเนื้อของคุณไม่รู้ความแตกต่างระหว่างน้ำหนักตัวคุณกับบาร์เบลหรอก กล้ามเนื้อรู้แต่เวลาที่ใช้และการหดเกร็งเท่านั้น ตราบใดที่คุณออกกำลังโดยใช้งานกล้ามเนื้ออย่างหนักและยากมากพอ คุณก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักเพื่อกระตุ้นให้มันโตเลยครับ ลองนึกถึงครั้งต่อไปที่คุณวิดพื้น 20 ครั้งหรือสควอตด้วยน้ำหนักตัวสัก 50 ครั้งดูสิ ถ้าเป้าหมายคุณคือเพิ่มขนาดและความแข็งแรง การฝึกด้วยน้ำหนักตัวโดยทำแค่เซ็ตละ 5-10 ครั้งก็เอาอยู่แล้วครับลองดู 4 วิธีเพิ่มความยากให้กับท่าฝึกที่ใช้น้ำหนักตัวในด้านขวานะครับ

เคล็ดลับข้อ 3 เน้นไปที่ท่า

Young man performing abdominal crunches on bar in gym

ทุกครั้งที่ฝึกท่าที่ใช้น้ำหนักตัว คุณต้องใช้กล้ามเนื้อมากกว่า แถมยังฝึกแกนกลางลำตัวได้ดีกว่า และกระตุ้นระบบประสาทได้มากกว่าท่าที่ใช้เวต ด้วยเหตุนี้เทคนิคจึงสำคัญมากขึ้น คุณต้องจัดท่าตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งที่ทำให้การฝึกได้ผลลัพธ์ดีที่สุด และพยายามให้ร่างกายบอบช้ำน้อยที่สุดท่าแต่ละอย่างมีเทคนิคเฉพาะตัว แต่หลายๆ ท่าก็มีจุดสำคัญร่วมกันอยู่ไม่กี่อย่าง ท่องประโยคนี้ไว้ให้แม่นครับ ท่าฝึกช่วงล่างหน้าแข้งต้องตั้งฉาก ส่วนท่าฝึกช่วงบนแขนท่อนล่างต้องตั้งฉาก เมื่อหน้าแข้งตั้งฉากก็จะถ่ายน้ำหนักไปไว้ที่สะโพกและต้นขาด้านหลังมากขึ้น ทำให้เข่ารับแรงกดน้อยลง ส่วนการทำแขนท่อนล่างตั้งฉากจะถ่ายน้ำหนักไปที่กล้ามเนื้ออกและปีก (Lats) มากขึ้น ทำให้ศอกรับน้ำหนักน้อยลง ผลลัพธ์คือข้อต่อจะเสื่อมน้อยลงและได้ประโยชน์เร็วขึ้น

เคล็ดลับข้อ 4 ฝึกท่าน้อยๆ แต่ทำให้คล่อง

ใช้หัวร้อนให้เป็นประโยชน์ - 1

นอกจากขาดแรงจูงใจแล้ว อุปสรรคสำคัญของคนที่เริ่มโปรแกรมฝึกใหม่ๆ ก็คือ โรคสมาธิสั้นของคนออกกำลังกาย แกดเดอร์บอก คุณเปลี่ยนโปรแกรมไปเรื่อยๆ ไม่ได้ฝึกทักษะอะไรให้คล่องสักอย่างโดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้คุณออกกำลังได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ นอกจากนี้คุณยังไม่เคยได้สัมผัสอย่างจริงจังว่าท่าฝึกพวกนี้ให้ผลเรื่องกำจัดไขมันและสร้างกล้ามได้ดีขนาดไหน แต่นั่นเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ได้ยินกันต่อๆ มาว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงช่วงหยุดชะงักและกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเติบโตต่อไป แต่คนส่วนใหญ่ที่ว่าจะได้ประโยชน์มากกว่านะครับถ้าใช้ท่าฝึกไม่ต้องเยอะแต่เอาให้ได้ประโยชน์ครบทุกเม็ดจริงๆ ก่อนเปลี่ยนไปท่าอื่น

เคล็ดลับข้อ 5 ใช้งานร่างกายทุกวัน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ men Squats
source : imgur.com

ส่วนใหญ่ท่าฝึกที่ใช้น้ำหนักตัวจะต้องใช้ทักษะมากกว่าการฝึกด้วยเครื่องและเวต ดังนั้นสมองและร่างกายต้องใช้เวลาเรียนรู้นานกว่าเพื่อให้ทำท่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แกดเดอร์กล่าว ซึ่งคุณสามารถร่นเวลาดังกล่าวได้ด้วยการหันไปฝึกท่าดัดแปลงที่ง่ายกว่า ฝึกท่าละเซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้งก็พอครับ ทำท่าสควอตต่ำๆ วันละ 5-10 นาทีเวลาเดินไปไหนมาไหน หรือทำท่า Hip Thrust แล้วค้างไว้ในตำแหน่งสูงสุดสัก 20 วินาทีหลังจากนั่งโต๊ะทำงานครบทุก 20 นาที แค่นี้ก็ช่วยได้มากเรื่องการเคลื่อนไหวแล้ว คุณจะได้กระตุ้นกล้ามเนื้อก้น เปิดสะโพก และคลายความตึงที่หลังส่วนล่างด้วยครับ ขยับแข้งขาบ้างครับ แล้วกล้ามงามๆ จะตามมาเอง

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦


ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ 

Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

นอกจากจะช่วยดับกระหายแล้ว การดื่มเครื่องดื่มให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลายังมีส่วนทำให้คุณอารมณ์ดีได้ทั้งวันแบบไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ แต่จะมีสูตรการดื่มอย่างไรนั้น เราจะมาดูเคล็ดลับนี้กัน !
1. สมูทตี้แครนเบอร์รี (8 โมงเช้า)

เพราะระดับกลูโคสที่ลดต่ำจะทำให้สมองทำงานช้า การกระตุ้นด้วยแครนเบอร์รีที่อุดมด้วยกลูโคสและมีแมกนีเซียมจึงช่วยรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ดีขึ้น ยิ่งเสริมด้วยโยเกิร์ตและเมล็ดฟักทองเข้าไปอีก การเริ่มต้นวันใหม่ของคุณจึงมีแววสดใสได้ไม่ยาก

เครื่องดื่มอารมณ์ดี (1) - cranberry smoothie

อารมณ์ดีรับอรุณ กับสมูทตี้แครนเบอร์รี”

 

2. น้ำบีตรูต (10 โมงเช้า)

เพราะการเดินทางมาทำงานอาจทำให้คุณหงอย แต่น้ำบีตรูตจะทำให้คุณกลับมามีชีวิตชีวาตามเดิม เพราะ ไนเตรทในบีตรูตจะช่วยขยายหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้ร่างกายดูดซึมออกซิเจนได้ดีขึ้น และนั่นจะทำให้คุณมีชีวิตชีวามากขึ้นนั่นเอง

เครื่องดื่มอารมณ์ดี (2) - Beetroot

เพิ่มความมีชีวิตชีวาในยามสาย กับ น้ำบีตรูต”

 

3. ซูเปอร์กรีน (บ่ายโมง)

ถ้าย่อยอาหารได้ไม่ดี สารพิษก็จะแทรกซึมสู่สมองและส่งผลต่ออารมณ์ แต่โปรไบโอติกในซูเปอร์กรีนจะช่วยต้านสารพิษดังกล่าว ให้ละลายผงซูเปอร์กรีน (ProGreens) กับน้ำมะเขือเทศที่อุดมด้วยกรดโฟลิคและช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจได้อีกแรง

เครื่องดื่มอารมณ์ดี (3) -uper-green-juice

ฟื้นฟูสุขภาพจิตหลังมื้อเที่ยง กับ ซูเปอร์กรีน” (ส่วนผสมของพืชผักสีเขียว)

 

4. อาหารเสริมประเภทให้พลังงานชนิดผง (บ่าย 3 โมง)

พลังงานที่ลดฮวบในยามบ่ายจะทำให้จิตใจหดหู่ ลองละลายผง Potent-C ของ Nature’s Plus 1 ซองกับน้ำเปล่า แล้วดื่มให้หมดแก้ว เพราะอาหารเสริมตัวนี้มีวิตามินบีกับสาร CoQ10 ซึ่งช่วยเพิ่มระดับพลังงานทั้งคู่ รวมทั้งเคี้ยวอาหารว่างที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก (อย่างแอปริคอตอบแห้ง) เพื่อช่วยให้ดูดซึมได้ดีขึ้น

เครื่องดื่มอารมณ์ดี (6) - water

ติดเครื่องรอบบ่าย กับ อาหารเสริมประเภทให้พลังงานชนิดผง”

 

5. น้ำมะพร้าว (1 ทุ่ม)

ภาวะขาดน้ำหลังเข้ายิมจะส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของคุณ และนั่นก็จะหักล้างผลของ Potent-C จนหมด น้ำมะพร้าวจึงช่วยแก้ปัญหานี้ให้หมดไป เพราะมีดุลอิเล็กทรอไลต์ใกล้เคียงกับสารน้ำในร่างกาย จึงดูดซึมได้ดีมาก ดังนั้นถ้าดื่มตอนนี้สักแก้ว รับรองคุณจะอารมณ์ดีไปทั้งคืน

Pinacolada in a coconut on old white table

ปรับสภาพจิตใจ กับ “น้ำมะพร้าว”

 

6. น้ำเชื่อมแบล็คเคอร์แรนต์ (5 ทุ่ม)

แบล็คเคอร์แรนต์อุดมด้วยสังกะสี ซึ่งช่วยเพิ่มระดับโดพามีนและควบคุมสภาพอารมณ์ ทั้งยังมีแมกนีเซียมที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้นด้วย ให้ชงน้ำร้อนดื่ม เพราะการวิจัยพบว่าเครื่องดื่มอุ่นๆ จะทำให้คุณมีทัศนคติที่ดีขึ้นถึง 11%

เครื่องดื่มอารมณ์ดี (8) blackcurrant

นอนหลับฝันดี ด้วย “น้ำเชื่อมแบล็คเคอร์แรนต์”

และนี่ก็เหตุผลที่เราอยากให้คุณอารมณ์ดี ด้วยเครื่องดื่มจากวัตถุดิบจากธรรมชาติทั้ง 6 อย่างที่ว่ามา… รออะไรอยู่ รีบสั่งแม่ค้าเร็ว !!

 

เรื่อง Men’s Health UK แปลและเรียบเรียง Dragon Booster

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

Top Five Articles

0 112340
เผยเทคนิกพิฆาตชั้นไขมันและปั้นซิกแพ็คสำหรับแข่งของโรนัลโด ด้วยโปรแกรมสร้างมัดกล้ามแบบเร่งด่วนใน 28 วัน จะต้องใช้ความถึกขนาดไหน มาดูกัน!!