Tags Posts tagged with "นิตยสารผู้ชาย"

นิตยสารผู้ชาย

 

คุณเป็นพวกบ้าพลังที่ชอบพิสูจน์ศักยภาพความอึดของร่างกายตัวเองด้วยการเสียเหงื่อกับการวิ่งระยะไกลอย่างการวิ่งมาราธานหรือไตรกีฬาหรือเปล่า? ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ล่ะก็… คุณควรรีบตรวจสอบช่องปากของคุณตั้งแต่วันนี้ได้แล้ว เมื่อนักวิจัยในเยอรมนีรายงานว่า นักวิ่งที่ต้องอาศัยความทนทานในการแข่งขันมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคฟันผุ !!

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า นักแข่งไตรกีฬามีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุมากกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย โดย ดร.คอร์นีเลีย ฟรีส หัวหน้าทีมวิจัย อธิบายว่าเป็นเพราะการออกกำลังกายทำให้มีการผลิตน้ำลายลดลง และยังส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุของน้ำลายลดลงด้วย อีกเหตุผลหนึ่งคือขณะออกกำลังกายนักกีฬาอาจดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่หรือทานอาหารที่มีน้ำตาลมากๆ ประกอบกับภาวะในช่องปากที่เอื้อให้ฟันผุอยู่แล้ว นักกีฬาจึงมีความเสี่ยงที่จะฟันผุมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ทั้งนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีป้องกันอื่นๆ นอกจาดูแลสุขภาพช่องปากตามปกติ เพราะนักกีฬาสามารถแก้ปัญหาด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งที่ปราศจากน้ำตาลขณะออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลายนั่นเอง ใครเป็นนักฬาจอมอึดอย่าลืมนำเทคนิคนี้ไปใช้กันดูนะ สุขภาพกายแข็งแรงแล้ว สุขภาพช่องปากก็อย่าให้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

 

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 568

 

เพราะสังคมก้มหน้ากลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้แล้วแทบทุกที ไม่เว้นแม้แต่โต๊ะอาหารที่ๆ เราควรตั้งใจกับการทานอาหารตรงหน้าหรือใช้เวลาร่วมกับเพื่อนร่วมโต๊ะข้างๆ ซึ่งนอกจากพฤติกรรมนี้จะไม่สุภาพแล้ว ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยังชี้อีกด้วยว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเสียสุขภาพด้วยเช่นกัน

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น พบว่า ก่อนมื้ออาหารหากคุณได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอของอุปกรณ์ดิจิตอลอย่างแล็ปท็อป แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน จะมีผลทำให้คุณทานอาหารมากเกินควร!

โดยข้อมูลจากงานวิจัยนี้ ระบุว่าหลังจากได้รับแสงสีฟ้า 15 นาที ผู้เข้าร่วมการวิจัยจะหิวมากขึ้น และความรู้สึกนั้นจะคงอยู่กับพวกเขานานถึง 2 ชั่วโมง นพ.ฟิลลิส ซี เจ้าของผลงานวิจัยชิ้นนี้ อธิบายว่าแสงบางชนิดสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมความเจริญอาหารและระบบเมตาบอลิซึม การกระตุ้นดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อจังหวะการผลิตอินซูลินและกลูโคสในร่างกาย คุณจึงรู้สึกหิวมากกว่าปกตินั่นเอง

ดังนั้นทางที่ดี… คุณควรจะเก็บอุปกรณ์ดิจิตอลเหล่านี้ไว้ให้พ้นหูพ้นตา แล้วหันมาทานอาหารอย่างมีสติจะเข้าท่ากว่า เคี้ยวและกลืนอาหารช้าๆ รวมทั้งสนใจจดจ่ออยู่กับรสชาติของอาหาร งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งชี้ให้เห็นว่าเทคนิคการทานช้าๆ แบบนี้จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วกว่าปกติด้วย

 

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 2447

ถ้าคุณคิดว่ารู้เรื่องฟิตเนสมาเยอะแล้วล่ะก็… เห็นทีจะต้องคิดใหม่ เพราะวิธีฝึกแบบแปลกใหม่ที่เรานำมาเสนอในคอลัมน์นี้ จะทำให้คุณฟิตจัดพร้อมสำหรับทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งผู้ทีจะมาเผยเคล็ดลับที่เขาซุ่มพัฒนามา 30 ปว่าปีนี้ก็คือ เทรนเนอร์ผู้มากประสบการณ์อย่าง “จอห์น เชฟเฟอร์” อดีตนักยกน้ำหนักระดับแชมป์โลกและคิกบ็อกเซอร์ ที่จะมาเผยเคล็ดลับการฝึกทั้ง 5 ประการที่จะช่วยให้เราปลดปล่อยศักยภาพในตัวเอง พร้อมยกระดับการเวิร์กเอาต์ของคุณให้ก้าวหน้าขึ้น !! 

 

1. กฎการเติมพลัง “อย่ากลัวไขมัน”

เพราะสิ่งที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพให้นักกีฬาได้ดีมากคือ “โภชนาการที่เหมาะสม” เชฟเฟอร์จึงได้คิดค้นสูตรคุกกี้เพื่อช่วยให้ลูกค้าออกกำลังได้หนักขึ้นและฟื้นตัวได้เร็วหลังออกกำลัง โดยแคลอรีส่วนใหญ่ของคุกกี้สูตรนี้ มาจากไขมันคุณภาพสูงซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแป้ง นอกจากนี้ร่างกายคุณยังมีแนวโน้มจะเก็บไขมันไว้ในรูปไขมันน้อยกว่าด้วย

สูตรคุกกี้โฮมเมด

นำข้าวโอ๊ตดิบ 1 ถ้วย น้ำมันมะพร้าว 4 ช้อนโต๊ะ เวย์โปรตีน 2 ช้อนโต๊ะ และซอสแอปเปิ้ล 1 ถ้วย มาผสมเข้าด้วยกัน แบ่งเป็น 4 ส่วน (โดยไม่ต้องอบ) กินทีละ 1 ส่วนก่อนออกกำลัง 1 ชม.

 

2. กฎการใช้เวลา ออกกำลังสั้นๆ ดีที่สุด”

เพราะการเติบโตของกล้ามเนื้อและสลายไขมันไม่ได้แปรผันตามระยะเวลาที่ใช้ในการเวิร์กเอาต์ ยกตัวอย่างเช่น การออกกำลังกายของนักยกน้ำหนัก บางทีอาจใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีด้วยซ้ำ แต่สำหรับแรงที่เขาจะต้องใช้กลับมากกว่าคนส่วนใหญ่ที่เล่นยิม 2 ชั่วโมงเสียอีก

ดังนั้น ทางออกที่ดีจึงควรเป็น “การเลิกเสียเวลา”

ด้วยการเลิกสังสรรค์ตามตู้น้ำดื่ม คุยเจ๊าะแจ๊ะบนเทรดมิลล์ หรือดูไฮไลต์กีฬาในข่าวช่องต่างๆ แล้วควรใส่ใจกับเวลาพักให้เหมือนกับเวลาฝึก และอาจพักแค่ไม่เกิน 30 วินาทีเท่านั้น

 

3. กฎการพัก “จัดให้หนักขึ้น”

ไม่ว่าคุณจะฝึกหนักแค่ไหนในยิมก็ตาม ที่จริงแล้วคุณอาจอัดให้หนักขึ้นได้ เหตุผลก็เพราะคุณลดน้ำหนักลงในระหว่างเซ็ต การแบกน้ำหนักตลอดการฝึกท่าใดท่าหนึ่งแล้วต่อด้วยท่าที่ออกแรงหนักอีกหนึ่งเซ็ตทันที เช่น Stepup หรือวิดพื้นโดยใช้แรงระเบิด จะกระตุ้นเส้นประสาทที่สงบนิ่งอยู่และปรับสภาพร่างกายให้ฟื้นตัวภายใต้แรงกดดันได้ครับ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนสร้างกล้ามเนื้อให้เพิ่มอย่างรวดเร็วด้วย

การฝึกที่อยากแนะนำ >> “ฝึกผสมท่า”

เพิ่มชุดฝึกจัดหนักเข้าไปในโปรแกรมของคุณ โดยการเล่นท่า Squat + Stepup และ Bench Prees + Explosive Pushup คู่ละ 3 วัน/สัปดาห์ โดยให้คุณโฟกัสเรื่องฟอร์มที่ถูกต้อง ถ้าเริ่มรู้สึกว่าฟอร์มชักเริ่มจะเพี้ยน ให้ลดน้ำหนักที่ใช้ทันที

 

4. กฎการฝึกสมอง “ฝึกความเร็วด้วยการตอบสนอง”

คุณย่อมได้เปรียบแน่… ถ้าสมองคุณสามารถประมวลผลสิ่งที่เห็นและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รายงานในวารสาร Journal of Strength and Conditioning Research ระบุว่า ผู้เล่น NBA ที่ตอบสนองได้เร็วกว่าจะมีสถิติการเล่นที่ดีกว่า ซึ่งทักษะเรื่องนี้เป็นตัวเปลี่ยนเกมของนักกีฬา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนธรรมดาอย่างเราจะนำเรื่องในชีวิตประจำวันมาประยุกต์ใช้ฝึกตัวเองไม่ได้

แนวทาง “ฝึกตอบสนองให้ไว”

ให้เพื่อนยืนห่างจากคุณสัก 10 หลา หลับตาแล้วให้เพื่อนขว้างลูกเทนนิสลงพื้นให้กระดอนหาคุณโดยบอกแค่ “ซ้าย” หรือ “ขวา” พอเพื่อนขว้างมาให้คุณลืมตาแล้วรับลูกด้วยมือข้างเดียวกัน ถ้าหาเพื่อนฝึกไม่ได้ก็ขว้างลูกกระดอนใส่ผนังแทนก็ได้อีกแหละ

 

5. กฎการจบการฝึก “ถ้าจบช้าๆ ทุกอย่างก็ช้าไปหมด”

หลายคนคิดว่าเวตและคาร์ดิโอเป็นคนละเรื่องกัน แต่การฝึกสลับหนักเบามีประโยชน์มากสำหรับช่วงท้ายของการฝึกเวต เพราะร่างกายคุณจะจำและปรับให้เข้ากับสิ่งสุดท้ายที่คุณทำในการฝึก ดังนั้น ถ้าคุณจบโดยทำอะไรช้าๆ คุณก็จะช้าไปหมด ด้วยเหตุนี้นักกีฬาที่เทรนกับผมจึงต้องจบด้วยการฝึกความเร็วนั่นเอง

ถ้าอย่างนั้น… เปลี่ยนมา “จบด้วยสปีด” กันเถอะ

หากคุณยกเวตครั้งสุดท้ายเสร็จ ลองก้าวขึ้นเทรดมิลล์ เครื่อง Row หรือจักรยาน Airdyne แล้วฝึกสลับหนักเบา 5-10 ชุด โดยในแต่ละชุดให้คุณสปรินต์สุดแรง 30 วินาที แล้วฝึกเบาๆ แบบพักอีก 30 วินาที แต่ตอนฝึกเบาก็อย่าให้เบามากไปนะ ลองปรินต์ที่ 14 ไมล์/ชั่วโมงและฝึกเบาที่ 8 ไมล์ ก็พอแล้ว

 

 

 

เรื่อง Michael Easter / Men’s Health US แปล Achilles

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 2551

 

หลังจากเป็นที่รู้จักในบ้านเรามาได้พักใหญ่ และฝ่าฟันพิสูจน์ตัวเองจนพ้นคำครหาผิดๆ ในที่สุด “หญ้าหวาน” ก็เริ่มเป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ จนเกิดเป็นกระแสสำหรับผู้ต้องการหลุดพ้นจากยุคน้ำตาลเทียมเสียที เพราะไม่ว่าจะขัณฑสกร (แซคคาริน) แอสปาร์เทม ซูคราโลส อะซีซัลเฟมเค ซอร์บิทอล ไซลิทอล อิริทริออล เรื่อยมาจนมาถึงสารแทนความหวานทั้งหลายที่ลงท้ายด้วย “…ออล” ก็ล้วนเป็นสารสังเคราะห์ที่คนรักสุขภาพเริ่มหลีกเลี่ยง (โดยเฉพาะ 3 ชนิดแรก)

อย่างไรก็ตาม แม้ “หญ้าหวาน” จะเป็นที่รู้จักในไทยมาได้หลายปีแล้ว แต่สำหรับบางคนก็ยังถือเป็นเรื่องใหม่ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักสารแทนความหวานจากธรรมชาติชนิดนี้กัน….

หญ้าหวาน คืออะไร?

หญ้าหวาน (Stevia rebaudiana Bertoni) เป็นพืชในตระกูลทานตะวันหรือดาวเรือง แต่ลักษณะใบคล้ายสะระแหน่และต้นละม้ายแมงลักมากกว่า โดยประเทศที่ใช้สมุนไพรตัวนี้นำร่องมาหลายร้อยปีแล้ว คือ ปารากวัยและบราซิล ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของต้นไม้ชนิดนี้ ต่อมาก็มีหลายประเทศเริ่มนำไปปลูกใช้เอง สกัดเอง ขายเองบ้าง โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่นิยมใช้หญ้าหวานเป็นสารทดแทนความหวานมา 40 ปีได้ อเมริกาเริ่มใช้จริงจังมา 10 กว่าปีได้แล้ว ส่วนทางยุโรปนั้น ด้วยความเคร่งครัดเรื่องการควบคุมอาหารและยา รวมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค จึงเพิ่งเริ่มใช้กันอย่างเป็นทางการได้สัก 5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่รู้จักกันมานานมากแล้ว

หญ้าหวานใน “ไทย”

โดยสำหรับในบ้านเรานั้น รู้จักพืชนี้กันมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ด้วยเพราะไม่ค่อยตื่นตัว บวกกับหาซื้อตามตลาดได้ยาก จึงทำให้หญ้าหวานยังไม่เป็นที่นิยมกัน จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มหลายชนิด เทรนด์สุขภาพใหม่จึงบังเกิดขึ้นในบ้านเรานั่นเอง

ทั้งนี้ แม้หญ้าหวานจะมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบเป็นใบๆ ให้เราต้มกินเอง หรือแบบผงพร้อมกินหรือนำไปผสมกับสารให้ความหวานแบบอื่นๆ แต่การจะกินหญ้าหวานก็ควรพิจารณาสารให้ความหวานหรือสารอื่นที่นำมาเจือจางหญ้าหวานให้หวานพอดี เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำตาลที่เข้าสู่กระแสเลือดพุ่งสูงเกินไปด้วย

ข้อดี

1. ให้ความหวานได้อย่างเข้มข้น
2. ทนกรดทนด่าง ทนความร้อนสูงถึง 200 องศาเซลเซียส จึงนำไปใช้ปรุงอาหารได้
3. ไม่ก่อมะเร็ง ปลอดภัยในการรับประทานต่อเนื่องตามปริมาณที่แนะนำ (ไม่เกิน 4 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน)
4. รสชาติคล้ายน้ำตาลธรรมชาติ ต่างก็ตรงไม่หวานแหลมเหมือนน้ำตาล แต่จะค่อยๆ หวานติดลิ้น ซึ่งใช้เวลานานกว่า
5. เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวาน

ข้อเสีย

1. ถ้าใส่ปริมาณเยอะเกินไป จะทำให้เข้มข้น จนทำให้รู้สึกขมได้
2. นำไปทำขนมจะไม่ค่อยฟู ทำให้ต้องใส่ผงฟูมากขึ้น และรสสัมผัสแตกต่างออกไป เนื่องจากไม่มีน้ำตาลเป็นสารตั้งต้น
3. ทำให้ความหอมของขนมที่ผสมหญ้าหวานไม่ฟูฟ่องมากนัก
4. อาหารหรือขนมที่หมักแป้งโดว์ด้วยยีสต์หรือแก๊ส ต้องใช้เวลาหมักนานกว่า

อย่างไรก็ตาม… แม้น้ำตาลเทียมหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มโพลีออลจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวานเช่นกัน เพราะสามารถลดปริมาณแคลอรีที่ร่างกายรับเข้าไปจากน้ำตาล รวมถึงผลข้างเคียงจากภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงหลังมื้ออาหารที่ส่งผลเสียต่อการเผาผลาญ ระบบเส้นเลือด หัวใจและสมอง

แต่ผลงานวิจัยเมื่อเดือนกันยายน เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา ก็ตั้งคำถามถึงการบริโภคขัณฑสกร แอสปาร์เทมและซูคราโลส กับความเหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากน้ำตาลเทียม 3 ชนิดนี้ อาจเป็นบ่อเกิดของเบาหวานก็เป็นได้ ดังนั้นจึงต้องรอดูในอนาคตว่าความชัดเจนเรื่องความปลอดภัยของน้ำตาลเทียมทั้ง 3 ตัวนี้จะเป็นอย่างไร ระหว่างนี้คงต้องพึ่งพาการปรับนิสัยติดหวาน ทานสารสกัดหญ้าหวานหรือสารให้ความหวานกลุ่มโพลีออลไปพลางก่อน แต่วงเล็บไว้นิดหนึ่งว่าอย่าได้ใจรับประทานมากเกินไปล่ะครับ ท้องเดินขึ้นมาจะหาว่าโพลีออลไม่เตือนนะครับ!

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 1296

 

ดร.เครก เอริคมอร์ริส นักมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตท ซึ่งทำวิจัยเรื่องอาการอกหัก บอกว่า ผู้หญิงรับมือกับการเลิกราได้ดีกว่าผู้ชายเพราะพวกเธอเป็นคนประเภท “เจ็บง่ายหายเร็ว” ขณะที่ผู้ชายเราจะจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ยาวนานและหนักหน่วง หมกมุ่นกับการรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ และการสำรวจความรู้สึกของตัวเอง แถมยังตามส่องเฟซบุ๊คของเธอเป็นเดือนๆ เพราะผู้ชายเราไม่รู้จักตัดใจและจะปล่อยให้ความเจ็บปวดยืดเยื้อไปเรื่อยๆ

ผลวิจัยฉบับหนึ่งยังชี้อีกว่า ก่อนอายุขึ้นเลข 3 ผู้ชายส่วนใหญ่มักผ่านการเลิกราครั้งสำคัญมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นประสบการณ์เจ็บแบบซ้ำๆ เสียเมื่อไหร่ ดังนั้นเพื่อทำให้คุณแน่ใจว่าสามารถรับมือกับสาวๆ หลากหลายรูปแบบและพาหัวใจตัวเองผ่านพ้นไปด้วยดี เรามีวิธีรับมือสาวแต่ละแบบที่รับรองว่าชาตินี้ (ถ้าคุณไม่ครองสถานะโสดตลอดชีพ) คงจะได้เจอกันบ้าง จะเป็นอย่างไรนั้น มาดูกันเลย…

 

1. รักครั้งแรก

เขาว่ากันว่า “รักครั้งแรก” นี่แหละ ฝังใจที่สุดแล้ว และไม่ว่ามันจะเกิดกับคุณเมื่อไหร่ จะเด็กหรือตอนโตก็ตาม หากต้องลงท้ายที่ความไม่สมหวังแล้ว มันก็ยังเป็นความเจ็บปวดชั่วชีวิตเหมือนกันอยู่ดี อย่างไรก็ตาม เราอาจใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของเราในแบบที่สภาวะปกติทั่วไปไม่สามารถทำได้ ก็คิดบวกไปอีกแบบ

วิธีตัดใจ เลิกคิดแบบนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้ามีความคิดอย่าง ‘ฉันติดแฟนมากเกินไป’ หรือ ‘ฉันคิดมากเกินไป’ อยู่ในหัวตลอดเวลา คุณก็ควรจะปรับเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่พร่ำบอกกับตัวเอง มีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดว่าความสัมพันธ์จะไปรอดหรือไม่ มันอาจเป็นเพราะจังหวะเวลาไม่เหมาะสม หรืออาจเป็นเพราะเธอคนนั้นยังไม่พร้อมสำหรับความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ก็ได้ ดังนั้น ถ้ามัวแต่ยึดติดกับเรื่องราวที่ทำให้ตัวเองเป็นฝ่ายผิด คุณก็อาจจะต้องพยายามควบคุมความรู้สึกที่สับสนของตัวเองไปเรื่อยๆ ขณะที่การปรับเปลี่ยนเรื่องราวดังกล่าวจะช่วยทำให้ตัดใจได้เร็วขึ้น

 

2. แม่ของลูก

ถ้าคุณอยากให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นคงทางใจ คุณก็ไม่ควรปล่อยให้เขาต้องเผชิญกับพายุอารมณ์ของพ่อแม่  จงคำนึงไว้เสมอว่านี่คือความสัมพันธ์ที่เปราะบาง คุณจึงควรจะแก้ปัญหาด้วยความระมัดระวังและไม่แสดงปฏิกิริยาในแง่ลบให้เขาเห็น

วิธีตัดใจ ต้องรักษาระยะห่างทางอารมณ์ และวิธีที่ดีที่สุดคือต้องตัดใจให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ โดยที่ยังคงเป็นพ่อและผู้ชายที่ดี อาจเริ่มที่การปฏิบัติตัวต่อเธอเช่นเดียวกับที่คุณจะปฏิบัติตัวต่อเพื่อนร่วมห้องนิสัยดี พยายามกำหนดขอบเขตและรักษาระยะห่างทางอารมณ์อย่างเต็มที่ พูดคุยกันอย่างเป็นมิตร เป็นการเป็นงานและรวบรัด และอย่าตอบสนองต่อการโต้ตอบของเธอ หรือพูดง่ายๆ คือให้ปฏิบัติตัวต่อเธอเช่นเดียวกับที่คุณจะปฏิบัติตัวต่อคนอื่นๆ ซึ่งถือเป็นคนสำคัญในชีวิตของลูกอย่างคุณครู แพทย์ประจำตัว และญาติสนิท หรือคุณจะลองฟื้นฟูมิตรภาพในภายหลังก็ได้ ผู้หญิงที่หย่าร้างหลายๆ คนบอกหมอว่า ‘สามีเก่าคือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของฉัน’ แต่นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหลังนะ คุณต้องตั้งกฎขึ้นมาก่อน เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องมีความรู้สึกที่รุนแรงกว่าอีกฝ่ายเสมอ พอตัดใจได้แล้ว คุณจะผ่อนกฎบ้างก็ได้

 

3. สาวฮอต สุดเก่งและเร่าร้อน

ไม่มีผู้หญิงแบบไหนจะเทียบผู้หญิงแบบที่ช่วยเปิดโลกสู่มุมมอง ประสบการณ์ ทักษะและท่าเล่นรักใหม่ๆ ได้แล้วล่ะ ดังนั้น การต้องสูญเสียผู้หญิงแบบนี้ไปจะทำให้ตัดใจได้ยาก เพราะเธอคือคนที่ช่วยพัฒนาตัวตนและทักษะในเรื่องเซ็กซ์ของคุณ แต่ถ้าการเชี่ยวชาญท่าผาดแผลงคือสิ่งเดียวที่เก็บเป็นที่ระลึกได้ คุณก็ควรจะเตือนสติตัวเองว่ายังมีผู้หญิงอื่นที่จิตใจมั่นคงกว่าซึ่งให้ประสบการณ์ทำนองนั้นได้เช่นกัน

วิธีตัดใจ ท่องไว้ว่าต้องตัดใจ “ความสัมพันธ์แบบรักๆ เลิกๆ จะทำให้ยิ่งเครียด” คุณจึงควรจะหลับตา พยายามตัดใจจากเธอและลืมเธอให้ได้เท่านั้นเอง

 

4. สาวห้าวในกลุ่มเพื่อน

ถ้ามีเรื่องเซ็กซ์มาเกี่ยวข้องในกลุ่มเพื่อนที่รักใคร่กันดี ทุกอย่างจะพังหมด และถ้ามีการตัดสัมพันธ์แบบทันทีทันใด สถานการณ์ก็จะยิ่งเลวร้ายลง ฉะนั้นถ้าคุณทนเห็นเธอไม่ได้ เราก็เสียใจด้วยเพราะกลุ่มของคุณจะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว และถ้าไม่มีเธอ กลุ่มก็แตกด้วยเช่นกัน

วิธีตัดใจ ถ้าอยากรักษากลุ่มเพื่อนไว้ คุณทั้งสองก็ควรหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เคยเป็นความสนใจร่วมก่อนที่จะมีเรื่องเซ็กซ์มาเกี่ยวข้อง หรือคุณอาจขอให้เพื่อนๆ ช่วยประเมินสิ่งที่เห็นแบบตรงไปตรงมาด้วย เพราะมันจะช่วยให้คุณเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอาจจะแตกต่างจากสิ่งที่เพื่อนๆ เห็น แต่อย่าพากันพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดีแล้วกันเพราะมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย แถมยังจะทำให้คุณดูอ่อนแอและน่ารังเกียจอีกต่างหาก

 

5. คู่แท้ที่คุณตกหลุมรัก

ถึงคุณจะตามส่องไอจีของเธอและหันมาแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง ก็เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไม่ได้ คุณจึงควรตัดใจจากเธอด้วยการลงมือเขียนเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์จบลงด้วยการเลิกรา สิ่งที่คุณทั้งคู่ทำพลาดและสิ่งที่คุณจะไม่มีวันทำอีกแล้ว

วิธีตัดใจ ลงมือเขียนถึงแง่ดีที่คุณได้รับหลังจากได้คำว่า “โสด” กลับคืนมา เช่นการได้ไปเที่ยวกลางคืนตามประสาคนโสดช่วงสุดสัปดาห์ และข้อมูลที่จะช่วยให้พร้อมสำหรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ โดยการเขียนอาจไม่ต้องสนใจเรื่องถูกผิดก็ได้ เพราะมันเป็นแค่เครื่องมือเพื่อช่วยให้คุณผ่อนคลาย มั่นใจ และมีพลังได้ดีกว่าการเขียนเกี่ยวกับเรื่องแง่ลบ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ควรเลือกเวลาและสถานที่ไม่ให้เป็นสถานประจำเดิมๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกความคิดไว้กับจุดใดจุดหนึ่ง คงจะดีกว่ามากถ้าวันหนึ่งคุณผ่านกลับไปสถานที่เดิม จะไม่ต้องมานั่งรำลึกความหวังช้ำๆ นี้อีก (ให้มีนเป็นเรื่องดีๆ แล้วกัน)

 

6. สาวในออฟฟิศ

การต้องนั่งทำงานข้างๆ สาว ซึ่งเป็นฝันร้ายยามตื่น ถือเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าจะให้ดีคุณสองคนจึงต้องหาวิธีปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน

วิธีตัดใจ รีบรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปก่อนจะส่งผลให้เกิดเกมการเมืองในออฟฟิศ โดยหาวิธีที่จะช่วยทำให้คุณสองคนทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีเรื่องของอารมณ์มาเกี่ยวข้อง 

 

7. สาวอารมณ์ร้ายที่เอาแน่ไม่ได้

การตัดสัมพันธ์กับผู้หญิงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และดูจะโหดร้ายกว่าที่เป็นจริงด้วย ฉะนั้นถ้าคิดจะเลิกราคุณก็ควรขอให้เธอยอมยุติความสัมพันธ์อย่างสง่างามโดยยึดคำปลอบประโลมใจจากเพื่อนๆหรือนักบำบัด จะได้เลิกแล้วต่อกัน และถึงจะดูเย็นชาสักแค่ไหน แต่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณแล้ว ถ้าแน่ใจว่ามีเหตุผลและเป็นคนจิตใจดี คุณก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความอยู่ดีมีสุขของเธอ แม้จะรู้สึกแบบนั้นก็ตาม

วิธีตัดใจ แก้ปัญหาด้วยความเห็นอกเห็นใจ แบ่งข้าวของกันอย่างสมเหตุสมผล แล้วหายไปจากชีวิตของเธอโดยสิ้นเชิงจะให้ดี…อย่าส่งข้อความ อย่าพูดคุยกับเธอหรือตอบสนองพฤติกรรมของเธอ เพราะเธอจะตัดใจได้ในที่สุด หรือไม่ก็หันไประเบิดอารมณ์ใส่คนอื่นแทน

สู้ๆ ครับ สุดท้ายแล้วเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง และคุณจะได้ความแข็งแรง พร้อมเติบโตยิ่งขึ้น

 

เรื่อง Jeff Vrabel / Men’s Health US แปลและเรียบเรียง Albatross

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 1087

 

เป็นประเด็นพูดถึงที่ทำเอาตกใจเหมือนกัน สำหรับข่าวลือก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการพูดถึงพฤติกรรมทางเพศรุนแรงของสาวๆ ทาสแมวที่เกิดจากการได้รับเชื้อ Toxoplasma gondii ที่มากับมูลแมว! ทั้งนี้จากประเด็นดังกล่าวใช่ว่าจะไม่มีมูลเสียเดียว เพราะในทางวิทยาศาสตร์มีข้อมูลสนับสนุนประเด็นที่เป็นเหมือนการกล่าวหาเจ้าเหมียวหน้าตาน่ารัก แถมยังทำให้สาวๆ เสื่อมเสียอีก ดังนั้นวันนี้เราจะมาหาคำตอบประเด็นความข้องใจนี้กัน…

สำหรับ Toxoplasma gondii เป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง สามารถเข้าบงการสมองหนูหรือคนให้มีพฤติกรรมห่ามท้านรกกว่าที่ควรจะเป็น ตามภาษาวิชาการที่เรียกว่า “Fatal Attraction Phenomenon” หรือปรากฏการณ์รนหาที่ตาย โดยเรื่องราวในสมองน่าจะเกี่ยวข้องถึงระดับยีน (Epigenetics) และการพุ่งสูงขึ้นของสารสื่อประสาท “โดพามีน” และ “ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรน” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าสองสารนี้เกี่ยวข้องกับเซ็กซ์การสืบพันธุ์และพฤติกรรมห่ามๆ ปราศจากความกลัว จนเมื่อเชื้อเข้าสมองของคน จึงส่งผลให้สาวๆ ดูมีพฤติกรรมที่อาจเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใน Evolutionary Psychology กล่าวว่า ถ้าเทียบระหว่าง คนปลอดเชื้อ กับ ผู้ที่มีเชื้อ T. gondii ในตัว คนติดเชื้อ (แต่ไม่ใช่ทุกคน) จะมีแนวโน้มสนอกสนใจและจุดไฟติดจากเซ็กซ์พันธนาการ เซ็กซ์เถื่อนดิบ หรือเซ็กซ์ตกเป็นเบี้ยล่างได้มากกว่า แต่ทำจริงๆ ไหม? …นั่นอีกเรื่อง เพราะส่วนมากมักจะเป็นการกระตุ้นความคิด แต่ไม่ถึงขั้นบ่งการให้ลงมือทำได้ นี่จึงสรุปได้ว่า สาวๆ ไม่สามารถมีเซ็กซ์จัดจ้านดิบเถื่อนเพียงเพราะติดเชื้อราจากมูลแมวได้นั่นเอง

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ผลของเชื้อราจะส่งผล “เฉพาะคนติดเชื้อ” ไม่ใช่สาวทาสแมวทั้งหมด ดังนั้นหากถ้าเลี้ยงแมวอนามัยไม่กินเนื้อดิบ เลี้ยงระบบปิด ไม่เที่ยวซุกซน ทั้งแมวและมูล รวมถึงผู้เลี่ยงก็จะปลอดเชื้อ อีกอย่างถ้าจัดการมูลสัตว์ดี ไม่ฟุ้งกระจายเข้าปากหรืออาหาร ก็หายห่วงได้เลย

หนุ่มๆ คนไหนที่ใฝ่ฝันอยากควงสาวเผ็ดร้อน และกำลังเตรียมหาสาวๆ ทาสแมวสักคน เพียงเพราะหวังผลจากเซ็กซ์ BDSM หรือเซ็กซ์หลุดโลกล่ะก็… คงต้องเปลี่ยนใจกันแล้วล่ะ เพราะคุณเพียงตกเป็นเหยื่ออ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัดเท่านั้น // ตบบ่าๆ

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

 

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารสาระสุขภาพจาก MH เป็นประจำ คงจะพอจำเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ความโกรธให้เกิดประโยชน์กับการออกกำลังกายได้ ในหัวข้อ “หัวร้อน” ให้เป็นประโยชน์ สู่หนทางบิลด์ “กล้ามอก” สุดแกร่ง แต่เรื่องราวครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า การทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการหัวใจวายถึง 3 เท่า!!

ต่อไปนี้ก่อนจะการออกกำลังกายหนักๆ คงต้องพิจารณาอารมณ์ตัวเองสักหน่อย เพราะหากคุณกำลังโกรธหรืออารมณ์ตุ่ยมาจากไหน นั่นอาจหมายถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น นอกเหนือจากอุบัติเหตุเพราะความอารมณ์ร้อนของคุณ ผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ซึ่งได้ทำการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยหัวใจวายก่อนอาการกำเริบ 1 ชั่วโมง จำนวน 12,500 ราย พบว่า ตัวแปรที่ทำให้พวกเขาเข้าสู่ภาวะวิกฤตนั้น ล้วนมาจากการออกกำลังหนักและอารมณ์โกรธพร้อมกัน

นพ.ดร.แอนดรูว์ สมิท ผู้เขียนงานวิจัย กล่าวว่า ด้วยสาเหตุนี้ จึงทำให้เส้นเลือดของผู้ป่วยตีบแคบ และเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการนี้ไปอีก 3 เท่า เช่นเดียวกับผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งออกกำลังกายในเช้าวัน ก่อนจะเดินทางมาที่ศาล เพื่อต่อสู้ขอสิทธิเลี้ยงดูลูกชาย จนทำให้เขาเกิดภาวะหัวใจวายกำเริบในเวลาต่อมานั่นเอง

ทราบแบบนี้ จัดการกับอารมณ์และความรู้สึกตัวเองให้แจ่มใสก่อนออกกำลังกาย เพื่อหัวใจที่แข็งแรง พร้อมกับร่างกายที่ฟิตแน่นกันได้แล้วนะครับ ยิ่งกำความเครียดยิ่งเป็นการทำร้ายตัวเองนะเออ…. ท่องไว้ๆ

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 4092

 

เพราะการเล่นเวตถือเป็นการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ที่นิยมเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะสามารถบริหารได้หลายส่วนของร่างกายอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ท่อนบนยันท่อนล่าง แต่ก็ใช่ว่าทุกท่าจะเป็นผลดีไปทั้งหมด เพราะสำหรับบางท่าก็ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ เช่นกับเอ็นไขว้หลัง ซึ่งถือเป็นอีกส่วนที่สำคัญ ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูท่าเวตท่าไหนที่ควรเล่นและควรเลี่ยง เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับเอ็นไขว้หลังกันครับ…

กล้ามเนื้อซึ่งมีความสำคัญมากในกรณีที่มีการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หลัง คือ กล้ามเนื้อต้นขามัดหน้า หรือ Quadriceps เพราะเมื่อกล้ามเนื้อมัดนี้ทำงานจะเกิดแนวแรงที่ช่วยดึงกระดูกแข้งมาทางด้านหน้า ช่วยการทำงานของเอ็นไขว้หลัง ท่าบริหารกล้ามเนื้อที่ได้กล้ามเนื้อต้นขามัดหน้า ได้แก่ อุปกรณ์ออกกำลังกายท่า Leg Extension ซึ่งเป็นท่านั่งงอเข่าแล้วให้ขางัดแรงต้านเพื่อเหยียดเข่า ถ้าคุณไม่มีอุปกรณ์อาจใช้ถุงทรายมาถ่วงที่ข้อเท้าแล้วบริหารในลักษณะเดียวกันก็ได้

ท่า Leg Extension

ในส่วนของท่าบริหารที่ไม่ควรทำ ในกรณีที่มีการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หลัง ก็คือ ท่าบริหารที่มีการทำงานของกล้ามเนื้อต้นขามัดหลัง หรือ Hamstring เพียงอย่างเดียว ได้แก่ ท่าบริหารในท่า Leg Curl ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ที่เป็นท่านั่ง และท่านอนคว่ำ แล้วให้ออกแรงงัดกับแรงต้านเพื่องอเข่า

ท่า Leg Curl

เมื่อกล้ามเนื้อต้นขามัดหลังหดตัวจะทำให้เกิดแนวแรงดึงกระดูกแข้งไปด้านหลัง ถือเป็นการซ้ำเติมเอ็นไขว้หลังซึ่งบาดเจ็บอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการบริหารกล้ามเนื้อต้นขามัดหลังก็ควรเลือกท่าออกกำลังกายที่มีการทำงานของกล้ามเนื้อต้นขามัดหน้าร่วมด้วย เช่น การใช้จักรยานปั่นอยู่กับที่ การบริหารท่าย่อเข่าแบบ Squat และการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย ท่า Leg Press ที่ใช้เท้าถีบแป้นซึ่งมีแรงต้าน

ท่า Leg Press

สายเวตทราบแบบนี้แล้ว คงถึงเวลาที่จะต้องเลี่ยงบางท่า เพื่อป้องการบาดเจ็บเอ็นไขว้หลังแล้วล่ะครับ…

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 49

 

เมื่อกล่าวถึงแบรนด์จีวองชี่ (Givenchy) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์อย่าง “ริคคาร์โด ทิชชี่”  (Riccardo Tisci) ยังคงสร้างสรรค์ผลงานที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์แห่งความดาร์กโรแมนติก ผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ จนกลายมาเป็นไอคอนนิกที่เต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง มีนัยต่างๆ แฝงอยู่ในทุกๆ ภาพพิมพ์ที่บอกเล่าเรื่องราวและ
แรงบันดาลใจต่างๆ ในการรังสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น…

“สัญลักษณ์รูปดาว” (Givenchy Star) ตัวแทนของความหวัง และสัญลักษณ์ของประเทศอเมริกาที่เป็นที่ชื่นชอบโดยส่วนตัวของทิชชี่ เขาจึงนำเอาสัญลักษณ์รูปดาวมาเป็นจุดเด่นหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน มีทั้งดาวเพียงหนึ่งหรือดาวเป็นกลุ่มที่จัดวางอย่างสวยงาม โดดเด่นบนไอเท็มหลักต่างๆ จนกลายเป็นสินค้า Must Have และสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นจีวองชี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อด้วย

“สัญลักษณ์รูปสัตว์ต่างๆ” (Animal Spirits) กลายเป็นไอคอนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จากภาพของสุนัขพันธุ์ “ร็อตไวเลอร์”  (Rottweiler) สื่อถึงความหมายผ่านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นสัตว์ดุร้าย น่าเกรงขาม แต่เมื่อรักสิ่งใดแล้วก็จะให้ความซื่อสัตย์ และพร้อมที่จะปกป้องอย่างไม่มีข้อกังขา

ต่อมาทิชชี่ได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่มีการผสมผสานความหมายที่ถูก ตีความผ่านท่าทางการแสดงออก “ลิง”  (The Monkey Brothers) ถ่ายทอดออกมาในรูปลิงพี่น้องสองตัว โดยเข้าได้สื่อถึงความฉลาดที่เป็นคุณสมบัติโดดเด่นพิเศษ และความรัก ความผูกพันที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นฝูงเสมอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็มีความซุกซน และความเจ้าเล่ห์ตามสัญชาตญาณของลิง สะท้อนถึงความเป็นดาร์กโรแมนติกได้อย่างชัดเจน

ผลงานชิ้นไอคอนนิกต่างๆ ถือเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอดมาของทิชชี่ โดยเขาได้นำสัญลักษณ์สุดคลาสสิกเหล่านี้มาจัดวางอย่างสวยงามบนเสื้อผ้า เครื่องหนัง และรองเท้าที่มีให้เห็นในทุกๆ คอลเลกชั่น พร้อมกับเทคนิคต่างๆ ที่สามารถแมชท์เข้ากับทุกลุคได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของแบรนด์จีวองชี่ในวันนี้.

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

0 738

 

พออากาศเปลี่ยน อาการหวัด อาการไอ แถมด้วยอาการคันคอยิบๆ เนื่องจากเสมหะก็ถามหาตามๆ กัน แต่ไม่ว่าจะรุ่นไหนสูตรคุณแม่ก็มักเป็นสิ่งที่เราให้ความเชื่อใจเสมอ และนี่ก็คือ 3 สูตรเวิร์คๆ ที่เราอยากแนะนำ สำหรับใครที่มีอาการป่วยแต่ไม่รู้จะปรึกษาใครดี…

 

1. สูตรคุณแม่: กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ

น้ำเกลืออาจช่วยฆ่าเซลล์ที่ติดเชื้อออกจากลำคอของคุณ หรือไม่ก็อาจแค่ละลายเสมหะแบบที่น้ำเปล่าทำได้ อย่างไรก็ตาม… มันก็มีส่วนช่วยและไม่ได้มีผลเสียแต่อย่างใด ให้คุณละลายเกลือ 1 ช้อนชา กับน้ำ 1 แก้ว แล้วกลั้วคอนาน 15-20 วินาที (แล้วบ้วนออก) จนกว่าอาการจะหายไป ทำแบบนี้ทุกๆ 2 ชั่วโมง อาการของคุณก็จะบรรเทาขึ้น

 

2. สูตรอร่อย “ฟักทอง+กล้วยปั่น”

เหลือที่ว่างให้กับรสชาติดีๆ ในชีวิตบ้าง ถึงเวลาแล้วที่คุณควรกำจัดโปรตีนเชครสห่วยๆ ให้หมดไป ฟักทองในสูตรนี้จะช่วยให้รสหวานตามธรรมชาติแถมยังอุดมไปด้วยอาหารบำรุงสายตาอย่างวิตามิน A

ส่วนผสม เนยถั่ว ¼ ถ้วย | เวย์โปรตีนรสวานิลลา 1 สกู๊ป | ฟักทอง ¼ ถ้วย | กล้วย 1 ผล | นม ¾ ถ้วย

วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น แล้วปั่น 30 วินาที คุณอาจเติมนมเพิ่มได้หากจำเป็น สำหรับ 2 ที่ 

คุณค่าทางโภชนาการ พลังงาน 374 แคลอรี โปรตีน 19 กรัม คาร์โบไฮเดรต 17 กรัม (ใยอาหาร 4 กรัม) ไขมัน 20 กรัม

 

3. สูตรหลุดโลก: ฝังเข็มที่หู

ศาสตร์บำบัดเฉพาะทางนี้สามารถช่วยคุณได้ภายใน 15 นาที นักวิทยาศาสตร์จากกองทัพอากาศสหรัฐฯ บอกว่าจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟินและสารระงับปวดตามธรรมชาติ สำหรับในบ้านเราก็มีการรักษาด้วยวิธีนี้ อย่างไรก็ตาม MH ไม่ได้เชิญชวนให้คุณทดลองแต่อย่างใด แค่นำข้อมูลเล่าสู่กันฟังเท่านั้น

ใครสนใจวิธีไหนลองนำไปใช้กันได้เลยครับ จะได้หายไวๆ มาฟิตกันเร็วๆ

 

ติดตาม Men’sHealth Thailand ได้ที่นี่ …
Website : http://www.mhthailand.com/
Instagram : https://www.instagram.com/mhthailand/
Facebook : https://www.facebook.com/MensHealthThai/
Youtube : https://www.youtube.com/user/Menshealththailand/

 

 

Top Five Articles

0 112340
เผยเทคนิกพิฆาตชั้นไขมันและปั้นซิกแพ็คสำหรับแข่งของโรนัลโด ด้วยโปรแกรมสร้างมัดกล้ามแบบเร่งด่วนใน 28 วัน จะต้องใช้ความถึกขนาดไหน มาดูกัน!!